Showing posts with label Breads. Show all posts
Showing posts with label Breads. Show all posts

2013/06/08

Avoid the long queue by making your own "Salted custard-lava pau"

 
กลางเดือนที่แล้วนั่งเลียหน้าวอลล์เฟซบุ๊กของเพื่อนคนนึงจนเยิ้มแฉะ โทษฐานที่บังอาจโพสต์รูปซาลาเปาใส้ไหลยั่วน้ำลายดีนัก จำได้ว่าเมื่อปลายปีที่แล้วได้มีโอกาสไปลิ้มลองน้องเปาขาว อวบ เยิ้มไหลย้อยนี้ที่สิงคโปร์ตามแรงยั่วยุของเจ้าของบล็อคชาวสิงคโปร์คนนี้เลย Ladyironchef จัดใหญ่ให้หนักซัดไปคนเดียวทั้งเข่ง กลับมาจากเที่ยวครานั้นเล่นเอากลับมาฝันแบบหิวๆ ต่อไปอีกครึ่งค่อนเดือน จนพายุความอยากกินสงบลงทำให้ความระลึกถึงพลอยจางหายไปด้วย ดังนั้นเมื่อหน้าวอลล์ของเพื่อนเล่นปรากฏรูปโชว์หราท่าแหวกใส้จนเยิ้มและย้อยกระแทกเข้าเบ้าตาซ้าย จึงทำให้ต่อมความงุ่นง่านทะยานอยากพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดอีกครั้ง รีบลนลานกระดิกนิ้วเข้าไปคอมเมนท์ในทันทีว่าไอ้แบบนี้อ่ะหากินได้ที่ไหน เพื่อนก็ไม่ใจร้ายรีบให้แหล่งที่มาเร็วทันใจ แต่กระซิบตบท้ายว่า รอคิวนานนะกว่าจะได้กินก็สิ้นปีพอดี ไม่เชื๊อ ไม่เชื่อ อะไรจะขนาดนั้น คว้าโทรศัพท์คู่ใจต่อสายตรงไปห้องอาหาร เลยได้คำตอบจากพนักงานบริการว่า แค่คิวแรกที่ว่างคือต้นเดือนตุลาเองค่ะ เอิ่มมมมม เร็วมากเลยค่ะคุณน้อง พี่รอไม่ไหวแล้ววววว
 
 
เมื่อกิเลสมันเผาใจทำให้ไม่สงบ ทำให้ต้องเสาะแสวงหาแหล่งใหม่ ให้มันรู้ไปในเมืองไทยมีให้กินอยู่ที่เดียว และแล้วก็เหมือนกับสวรรค์เป็นใจ แต่นรกก็ยังเปิดประตูอ้าค้างรออยู่ มันยังมีที่ให้กินที่อื่นอีกจริงๆ ด้วย แต่ว่าที่นั่นมันอยู่ถึงแถวศรีนครินทร์ครับท่าน เรื่องคิวยังไม่รู้แต่ที่รู้คือ บ้านอยู่นครปฐมหากอยากจะไปกินคงต้องเปิดโรงแรมแถวบางนาไว้รองรับแน่ๆ เพราะไกลเกิ๊น เป็นอันว่าแห้วรับประทานอีกครั้ง
เจ็บใจและก็ถอดใจละกับการที่จะไปรอต่อคิว แต่พลังความอยากมันยังไม่หมด เวิ่นเว้องุงิอยู่ครึ่งคืน ตัดสินใจทำกินเองก็ได้ไม่ง้อหรอก ชิ! เข้าไปควานหาสูตรเจ๋งๆ ในโลกออนไลน์ มีคนทำไว้อยู่หลายสูตร มีทั้งไทยและเทศ เลยเลือกหยิบมา 2 สูตร คือของคุณเช้า Chibiasa และของเจ้านี้ Foodmama 
 
 
ลองทำตามสูตรของคุณเช้าก่อน ปรากฏว่าพอบรรจุใส้ซาลาเปาที่ฟรีซลงไปในแป้งซาลาเปาที่พักจนขึ้นแล้วรอบนึง แล้วนำไปพักต่ออีกครึ่งชั่วโมงแล้วแป้งมันไม่ยอมขึ้น พอนำไปนึ่งแล้วส่วนของแป้งมันก็แข็งแล้วก็ด้าน เลยไม่รู้ว่าไปพลาดที่ตรงไหน ตัดสินใจเขียนไปสอบถามเจ้าของสูตรดู เธอก็ใจดีและน่ารัก ให้คำปรึกษามาว่าส่วนของใส้มันเย็นจัดไปทำให้ยีสต์ไม่ทำงาน ตั้งแต่ได้รับคำปรึกษามายังไม่มีโอกาสกลับไปทำสูตรของเธอซ้ำ บังเอิญปิ๊งกับความคิดมั่วๆ ส่วนตัวซะก่อนว่าถ้าจะทำใส้ที่ไม่ต้องแช่เย็นได้ แต่อยู่ตัวเป็นก้อนพอจะวางบนแป้งซาลาเปาได้ แต่เมื่อนำไปนึ่งแล้วมันก็ละลายเยิ้มก็คงดี ไม่อยากให้เป็นแค่การคาดการณ์ว่าจะทำได้ เลยจัดการลองทำซะให้เห็นผลแจ้ง ผลที่ได้ก็เป็นฉะนี้แล
สำหรับแป้งซาลาเปานั้นคราวนี้ขออนุญาตยืมจากคุณอิน อ้อมกอดแห่งความเหงาค่ะ
 
 
 
แป้งซาลาเปา
สูตรและวิธีทำ ตามนี้เลยค่ะ 1 สูตร
 
 
 
ใส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
ไข่แดงของไข่เค็มนึ่งสุก               10 ฟอง
ไข่แดงดิบของไข่ไก่                       2 ฟอง
น้ำตาลทราย                                 80 กรัม
หัวนมผง                                      100 กรัม
นมข้นหวาน                                   50 กรัม
นมข้นจืด                                       50 กรัม
เนยจืดนิ่มแต่ยังไม่ละลาย            225 กรัม
 
วิธีทำ
เริ่มจากยีไข่แดงไข่เค็มให้ละเอียด พักไว้ จากนั้นนำเนยจืดนิ่ม และน้ำตาลทรายใส่ลงในชามผสม ใช้เครื่องตีแบบมือถือตีให้พอเข้ากัน ตามด้วยเติมไข่แดงไข่ไก่ดิบทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ตามด้วย ห้วนมผง นมข้นหวาน นมข้นจืด และไข่แดงไข่เค็มที่พักไว้ ตีให้เข้ากันอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ นำใส้ที่ได้แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดารอแป้งซาลาเปาที่พักไว้ให้ขึ้นเต็มที่ก่อน
 
 
 
 
ซาลาเปาใส้ครีมไข่เค็มลาวา
แป้งซาลาเปาที่พักจนขึ้นแล้วหนึ่งรอบ  1 สูตร
ใส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
 
วิธีทำ
นำแป้งซาลาเปาที่พักจนขึ้นแล้วรอบนึง มานวดไล่อากาศออก คลึงแป้งออกเป็นท่อนทรงกระบอก ตัดแบ่งแป้งออกเป็นก้อนเล็กๆ โดยแต่ละก้อนให้มีน้ำหนักประมาณ 40 กรัม คลึงเป็นก้อนกลมๆ เรียงรอไว้ จะได้แป้งก้อนเล็ก ประมาณ 23 ก้อน
จากนั้นใช้ไม้นวดขนมปังรีดก้อนแป้งก้อนเล็กที่พักไว้ให้แผ่ออกเป็นแผ่นแบนๆ โดยพยายามให้ส่วนขอบบางกว่าส่วนกลาง ซาลาเปาที่ได้จะได้มีแป้งที่ตูดไม่หนาเกินไป ปกติพอได้แผ่นแป้งออกมานักซาลาเปามืออาชีพจะไม่อาศัยอุปกรณ์ช่วยใดๆ นึกจากสมองและสองมือเปล่า เค้าจะตักใส้วางแล้วใช้ฝ่ามือและนิ้วมือในการห่อ แต่เนื่องด้วยความสามารถของมือใหม่นั้นมีจำกัด จึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยนั่นก็คือถ้วยน้ำชาไหว้เจ้า เอาไว้สำหรับกรุแผ่นแป้งลงไปแล้วค่อยบรรจุใส้ จากนั้นจึงทำการจับจีบปิด แล้วคว่ำก้อนซาลาเปาที่บรรจุใส้พร้อมกับจับจีบปิดตูดแล้วลงบนพิมพ์คัพเค้กกระดาษ
 

วางพักซาลาเปาพร้อมพิมพ์กระดาษลงไปในถาดหลุมสำหรับอบคัพเค้กหรือมัฟฟิน (ใครไม่มีถาดหลุมก็วางไว้ในพิมพ์ถ้วยอลูมิเนียมสำรับอบคัพเค้กหรือมัฟฟินก็ได้ ไม่ผิดแต่อย่างใดค่า) นำไปพักไว้ในที่มืดประมาณ 30 นาที จนแป้งซาลาเปาขึ้นอีกรอบ จากนั้นจึงนำขึ้นนึ่งในรังถึงที่น้ำเดือดแล้ว (ผสมน้ำส้มสายชูประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำที่จะใช้นึ่งด้วยเพื่อหน้าซาลาเปาจะได้เงาใสปิ๊ง)  นึ่งทั้งถาดหลุม (ถ้าใครมีรังถึงที่ใหญ่มาก) หรือ นึ่งทั้งพิมพ์ถ้วยอลูมิเนียมเลย เพื่อรูปทรงของซาลาเปาที่สวยงาม ไม่ย้วยห้อย ใช้ไฟอ่อนถึงกลาง ไม่ใช้ไฟแรงเพราะใส้คัสตาร์ดจะแข็งแทนที่จะเยิ้ม (อันนี้ประสปการณ์ตรง นึ่งรอบแรกกลายเป็นใส้ครีมธรรมดาแต่มีรสไข่เค็ม แอบเซ็ง แต่ยังไม่ท้อ รอบสองเลยลดจากไฟแรงมากเป็นไฟอ่อนถึงกลาง ผลที่ได้ไม่ผิดหวัง อิอิอิ) ใช้เวลาในการนึ่งแต่ละรอบประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วยกลง เสริฟร้อน ง้างส้อมรอจิ้มได้เลยค่า
 
 
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า
 
 

2012/07/05

When east meets west, Palm sugar belgium waffles


ได้โอกาสอัพบล็อคกับเค้าซะทีกับขนมชิ้นโปรดของทั้งคุณสามีและลูกๆ เห็นเป็นต้องซื้อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำให้ศรีภรรเมียต้องน้อยใจค้อนขวับๆ เลยตั้งปณิธาณเอาไว้ว่า ซักวันนึงจะต้องทำให้ได้ จะได้รู้กันว่าไผเป็นไผ ฮ่าๆๆๆ
แล้วซักวันนั้นก็มาถึง หลังจากหง่อมอยู่บ้านวันอาทิตย์กันยกครัว ไม่อยากกระดิกเนื้อกระดิกตัวออกไปไหน เช้าก็แล้ว สายก็แล้ว กลางวันก็แล้ว มีแต่อาคารคาวตกถึงท้อง ตัวเล็กตัวน้อย เริ่มโวยวายกระหายอยากหวาน สต๊อคขนมแห้งก็หมด เดือดร้อนต้องจัดหาในเวลากระชั้น จัดการสำรวจโพล ออกความคิดเห็นว่าเสียงข้างมากต้องการอะไร คะแนนเป็นเอกฉันท์ในทันทีทันใดว่า วาฟเฟิล แถมด้วยคำพูดท้าทายว่าจะทำได้เหมือนที่เค้าขายเร้อ ฟังแล้วลมออกหู รุดไปรื้อตู้เก็บของแทบไม่ทัน


ปัญหาที่เข้ามากระแทกหน้าจังเบ้อเริ่ม ก็คือไม่มีเจ้าน้ำตาลกรวดขาวๆ หวานๆ ปะแล่มๆ แบบที่เค้าทำขายกัน มีแต่ความดันทุรังสูงเลยจัดการออกแรงทุบน้ำตาลมะพร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ กะว่าจะเอาให้พอกล้อมแกล้มไป ที่ไหนได้ อร่อยเว่อร์ (ขอโม้) เพราะพอก้อนน้ำตาลมะพร้าวมันดดนความร้อน มันเยิ้ม หอม และหวานไม่แหลม ยิ่งพอเยิ้มไหลออกมาเคลือบด้านนอกของวาฟเฟิลแล้วด้วย เหมือนกับกินวาฟเฟิลเคลือบคาราเมลเลย ยังไงยังงั้น ทีนี้เลยยุ่งที่ดันเตรียมแป้งไว้น้อย เลยเกือบกลายเป็นกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ชุลมุนอุตลุดอันนี้ของชั้นอันนั้นของเธอ พี่ไม่ยอมน้องน้องไม่แบ่งพี สุดท้ายก็โยนความผิดมาที่แม่ ว่าไม่รู้จักทำให้เยอะเข้าไว้ ก็โถๆๆๆ ทำเยอะทีไรก็เหลือให้แม่มันเจ็บใจทุกที แล้วทีนี้ใครจะกล้าทำเยอะละค้า
โม้มากโม้เยอะมักไม่รุ่ง มุ่งหน้าไปทำด้วยกันเลยดีกว่า ในส่วนวิธีทำนั้นก็ไม่เคยคิดเองอยู่แล้ว ลอกตลอด ฮิ้วววว


วาฟเฟิลน้ำตาลปี๊บ
น้ำสะอาดอุ่น         1/8 ถ้วยตวง
ยีสต์                         1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย            1 ช้อนโต๊ะ
แป้งเอนกประสงค์    1 ถ้วยตวง
เกลือ                     1/8 ช้อนชา
ไข่ไก่                       2 ฟอง
เนยจืดละลาย        1/2 ถ้วยตวง
วานิลลา                   1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บสับหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
นำน้ำ น้ำตาล และยีสต์ใส่ลงในชาม พักไว้ในที่มืดประมาณ 15 นาที จนยีสต์เพิ่มปริมาณขึ้น เคล้าแป้งและเกลือใหเข้ากันในชามผสม ทำให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นเทส่วนของยีสต์ลงไปกลางหลุมแป้ง ใช้ไม้พายคนให้พอเข้ากัน ใส่ไข่ลงไป


ใช้ตะกร้อมือตีให้เนียนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ทะยอยเติมเนยละลายลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้เนียนเข้ากันจนหมดส่วนของเนยจะได้ส่วนของแป้งที่ค่อนข้างเหลว พักชามแป้งไว้ในที่มืดและชื้นประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนก้อนแป้งเพิ่มขนาดเป็นสองเท่า



จากนั้นเทน้ำตาลปี๊บสับหยาบลงไป ค่อยๆ ใช้ตะกร้อมือคลุกให้น้ำตาลกระจายทั่วก้อนแป้ง แต่ไม่คลุกนานจนละลาย


ตักก้อนแป้งใส่ลงในเครื่องทำวาฟเฟิล ทำตามขั้นตอนที่แต่ละเครื่องแนะนำ




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2012/06/16

Chicken Farm Baker's Project # 45 - Babà; Babà au safran et à l'eau de rose


การบ้านฟาร์มไก่ส่งแล้วค่า เดือนที่แล้วว่าช้าแล้ว เดือนนี้ช้าหนักเข้าไปอีก ทั้งๆ ที่วาดโครงการไว้ในหัวตั้งนานแต่ก็ยังไม่วายเอ้อระเหยลอยชายอีกเกือบเดือน ครั้งนี้คุณแก้ม it's gemmi เป็นเจ้าของไอเดียออกโจทย์การบ้าน ซึ่งเจ้าการบ้านชิ้นนี้บอกกันตามตรงเลยว่าไม่มีความรู้พื้นฐานเอาซะเลย เอาเป็นว่าตั้งแต่ชื่อก็บอดสนิท รูปภัณฑ์สัณฐานนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย นี่ถ้าหากคุณแก้มไม่แปะลิงค์ตัวอย่างไว้ คงได้งมหอยโข่งกินไปอีกนาน




จากการตีความแบบกระท่อนกระแท่น สรุปได้ว่าขนมที่ชื่อสั้นๆ ง่ายๆ ว่า Babà นี้ เป็นเค้กที่ขึ้นฟูด้วยยีสต์ งงแฮะ ฮ่าๆๆๆๆ แช่ให้ชุ่มในน้ำเชื่อมที่ใส่เหล้า ออริจินัลของเค้านั้นเป็นเหล้ารัม เพราะสามีงดเหล้า ตัวข้าพเจ้าก็แพ้ และลูกทั้งสองยังไม่อยู่ในวัย และกำลังหลงไหลกลิ่นอายภารตะ (จากครูสอนโยคะสุดหล่อ) ดังนั้นจึงริอ่านอุตริจับเอามันมาแปลง โดยจัดการตัดแอลกอฮอล์ ออกไปแล้วแช่อิ่มเค้กก้อนน้อยในน้ำเชื่อมสีเหลืองทอง สำหรับใช้เชื่อมแป้งทอดลูกกลมๆ ของคนอินเดีย ที่มีชื่อเก๋ไก๋ชไรเดอร์ว่า Gularb jamun น้ำเชื่อมที่ว่านี้ได้จากการต้มน้ำ น้ำตาล กับหญ้าฝรั่น ลูกกระวาน และดอกกุหลาบ แต่ด้วยความที่หาลูกกระวานไม่ได้ ก็เลยไม่ครบองค์ แต่ไม่เป็นไรไม่มีสิ่งใดในโลกสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว น้ำเชื่อมที่ได้ก็เลยมีแค่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแค่ดอกกุหลาบและหญ้าฝรั่น ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือปลอดดีกรี แค่นี้ก็แจ่มแล้ว



Babà
แป้งอเนกประสงค์   1 ถ้วยตวง
ยีสต์                        1 ช้อนชา
ไข่ไก่                      2 ฟอง
น้ำสะอาด                1 ช้อนโต๊ะ
ดอกกุหลาบแห้ง     5 ดอก
เนยจืดนิ่ม             1/4 ถ้วยตวง
เกลือ                    1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
ใส่ยีสต์ลงไปในแป้ง คลุกให้พอเข้ากันพักไว้ นำไข่ เกลือ น้ำ และดอกกุหลาบใส่ลงในชาม ใช้ตะกร้อมือตีด้วยความเร็วต่ำให้พอเข้ากัน ใส่ส่วนของแป้งลงไป


ตีต่อด้วยความเร็วต่ำประมาณ 3 นาที ทะยอยใส่เนยลงไป ตีต่อให้เนียนเข้ากัน ใช้พลาสติกแรปปิดชามเอาไว้ พักชามไว้ในที่มืด ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือพอให้แป้งขึ้นเป็นสองเท่า จากนั้นใช้ไม้พายคนไล่อากาศออกจากก้อนแป้ง ตักแป้งหยอดลงในพิมพ์ที่หาเนยบางๆ เอาไว้แล้ว โดยตักหยอดใส่ประมาณครึ่งของพิมพ์ นำพิมพ์ไปพักไว้ในที่มืดอีกประมาณ 15 นาที ให้ก้อนแป้งขึ้นอีกรอบ


ระหว่างนี้ก็เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 อศาเซลเซียส ไฟบนล่าง รอไว้ เมื่อครบเวลาก็นำเข้าอบ อบประมาณ 10-12 นาที สำหรับพิมพ์ขนาดเล็ก หากเป็นพิมพ์ขนาดใหญ่ก็ต้องเพิ่มเวลาขึ้น  ระหว่างรอเค้กสุกก็เตรียมส่วนของน้ำเชื่อมต่อ





น้ำเชื่อมหญ้าฝรั่นและดอกกุหลาบ
น้ำสะอาด                     1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                1 ถ้วยตวง
หญ้าฝรั่น                     4 ก้านฝอย
ดอกกุหลาบแห้ง        10 ดอก
วิธีทำ
นำทุกอย่างใส่ลงในหม้อขึ้นตั้งไฟจนเดือด หลังจากน้ำเชื่อมเดือดแล้วเคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 5 นาที





Babà au safran et à l'eau de rose
Babà
น้ำเชื่อมหญ้าฝรั่นและดอกกุหลาบ
วิธีทำ
นำเค้กอกจากพิมพ์ แช่เค้กที่ยังอุ่นๆ อยูในน้ำเชื่อมทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำเชื่อมเย็นตัวลง ทิ้งไว้ให้ตัวเค้กซับน้ำเชื่อมจนชุ่มประมาณ 3-5 นาที หากชอบให้เนื้อเค้กฉ่ำมากๆ ก็แช่ทิ้งไว้ได้นานตามต้องการ สามารถรับประทานพร้อมกับวิปปิ้งครีม และผลไม้รสอมเปรี้ยวได้ทุกชนิด เพื่อป้องกันการสำลักความหวาน



อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2012/04/25

Canned condensed milk with any of your selection; No need to queue up at any bread stall, get yours at home


สมัยก่อนหากมีใครตั้งคำถามว่าเมืองไทยที่เราอาศัยอยูนี้มีกี่ฤดู คำตอบที่ได้คงเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่หากถามตอนนี้คำตอบที่ได้คงไม่ใช่ซะแล้วกระมังจากที่เคยมี 3 ฤดู คงเหลือแค่เพียง 1 ฤดู นั่นก็คือฤดูร้อน เพราะตั้งแต่ต้นปีมานี้จำนวนวันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส แทบจะหาไม่ได้บนปฏิทิน

2012/02/28

Chicken Farm Baker's Project # 42: February Snack Box: Open it and fall in love (with ME), again; Spicy love set



การบ้านเดือนกุมภาพันธ์ที่โฮสท์คือคุณจิ๊บ เจ้าสาวป้ายแดง หวานมากๆ ให้สมาชิกแต่ละคนทำอาหารกล่องที่มีทั้งคาวและหวานไม่ขาดแม้เครื่องดื่มให้สุดสวาทขาดใจหอบไปกินที่ทำงาน เลยถือเอาโอกาสนี้เป็นโอกาสเหมาะในการทำหวานเสริมขาเตียงให้เข็มแข็งยิ่งขึ้นสำหรับคนที่ผ่านการแต่งงานมาเกือบทศวรรษอย่างเรา

2012/01/27

Chicken Farm Baker's Project # 41 : Makeover Bread Pudding; Coconut bread pudding with cinnamon brown bread ice cream


ฮิ้วววว อัพบล็อคเป็นครั้งแรกเปิดศักราชของปีเอาเกือบสิ้นเดือนด้วยการบ้านฟาร์มซะงั้น อะไรจะขยันขนาดนี้ โจทย์การบ้านก็ง๊ายง่าย (โฮสต์เค้าว่างั้นนะ) โดยโฮสต์ของเดือนนี้ก็คือ น้องบอล bon-nobi เค้าให้ทำเบรดพุดดิ้งกินกะไอติมอร่อยๆ ใช้เวลาจินตนาการตั้งเกือบครึ่งเดือนแน่ะถึงตีโจทย์แตก ก็ไม่สันทัดการทำไอตงไอติมกะเค้าเลย กว่าจะคิดรสได้ก็ตระเวณลอกบล็อคคนอื่นเต็มไปหมด มั่วไปมั่วมาเริ่ดดีแฮะ

2011/12/08

Pizza bun is anything but ordinary

"พลูค๊าบเย็นนี้อยากกินไรลูก บอกม่าม๊าเร็ว เดี๋ยวม่าม๊าทำให้" หนุ่มน้อยนิ่งคิดซักพักก่อนที่จะอ้อมๆ แอ้มๆ ตอบกลับมาว่า "กินพิซซ่าได้ป่าวอ่ะม่าม๊า" ถามมาครึ่งอาทิตย์คำตอบก็แบบเดิมแค่น้ำเสียงตอนตอบแผ่วลงทุกวันแค่นั้น ไม่รู้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับร้านพิซซ่าต้องหาทางให้ได้กินมันทุกอาทิตย์ไป กินทีก็ไม่ต่ำกว่าครึ่งพัน กะแค่พิซซ่าถาดกลางหนึ่งถาด ปีกไก่โหลนึง เฟรนช์ฟรายหนึ่งที่ สปาเกตตี้หนึ่งจาน แล้วก็ขนมปังกระเทียมหนึ่งแถว ไม่รู้ว่าจะแพงไปไหน รู้สึกเสียดายเงินยังไงไม่รู้ เอางี้แล้วกันเย็นนี้แม่จัดการให้ โอเคมั้ย "เอาหน้าใส้กรอก เบคอน และก็ชีสเยอะๆ นะม่าม๊า หอมใหญ่ไม่ชอบ พริกหวานมันเหม็น ห้ามใส่" จัดแจงสั่งเบ็ดเสร็จ เผด็จการไปมั้ยลูกค๋า

2011/08/05

My first homemade pizza


เรียกว่าลัดคิวขนมชิ้นอื่นมาอัพลงบล็อคกันเลยทีเดียว ก็มันอร่อยและทำง่ายมากซะจนอดที่จะหยิบเอามาฝากทุกคนไม่ได้
ตัวของแป้งโดก็ทำง่ายไม่เสียเวลามาก ส่วนหน้าพิซซ่่าก็เต็มที่ตามใจลูกชอบ มีทั้งสับปะรด เบคอนสตริป ปูอัด ใส้กรอกชีส หอมหัวใหญ่สับ ซอสมะเขือเทศที่ทำเก็บเอาไว้กินเอง และกองสุมชีสลงไปเยอะๆ โอ้พระเจ้า สวรรค์ของเด็กๆ จริงๆ


คิดดูก็แล้วกันยังไม่ทันอบเสร็จก็พากันมาเรียงหน้ากระดานที่หน้าเตาอบ พอบอกว่าเสร็จแล้วแค่นั้นก็กระโดดจนตัวลอย ทำให้คุณแม่คนดีที่หนึ่งลืมถ่ายรูปตอนอบเสร็จออกมาเลย กว่าจะนึกได้อีกทีก็แหว่งไปแล้วครึ่งนึง แปดชิ้นเด็กสองผู้ใหญ่สอง หมดในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรียกว่าคุ้มค่าที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมากๆ หน้าคุณแม่งี้บานเป็นจานดาวเทียมเลยค่าขอบอก พร้อมกับรีเควสว่าเย็นนี้เอาอีก อะไรจะขนาดนั้น
โฆษณาชวนเชื่อกันซะขนาดนี้ มามะอย่ารีรอเตรียมของทำด่วนเลยค่า

แป้งโดพิซซ่า
แป้งอเนกประสงค์            1 1/2 ถ้วยตวง
นมสดอุ่น                     1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
เนยจืดนิ่ม                    1 ช้อนโต๊ะ
ยีสต์                         1 ช้อนชา
เกลือ                        1 ช้อนชา
ซอสมะเขือเทศ                3 ช้อนโต๊ะ
เบคอนสตริปหั่นฝอย           5 เส้น
ใส้กรอกคอกเทลชีสหั่นเฉลียง   3 ชิ้น
ปูอัดหั่นเฉลียง                 5 ชิ้น
หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็ก       1/4 ลูก
สับปะรดหั่นชิ้นเล็กๆ          1/2 ถ้วยตวง
ชีสขูด                       200 กรัม (ไม่มีมอสซาเรลล่าในตู้เย็นเลยเปลี่ยนเป็นโคลบี้แทน)
วิธีทำ
นำนมสด น้ำตาลทราย และยีสต์ ใส่ลงในถ้วย เทแป้งและเกลือลงในชามผสม ใช้มือเคล้าให้เข้ากัน แล้วทำให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นเทส่วนของนมลงไปในหลุม นวดให้รวมกันเป็นก้อนแฉะๆ นำออกมาวางบนโต๊ะนวดที่โรยแป้งนวลเอาไว้ ใส่เนยลงในก้อนแป้งนวดให้เนียน วิธีนวดแป้งดูได้ ที่นี่
เมื่อโดเนียนได้ที่ให้นำไปพักให้ขึ้นในที่อุ่น มืด โดยคลุมทับด้านบนภาชนะด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาด พักโดประมาณครึ่งชั่วโมง
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง รอไว้
นำโดที่ได้ออกมาคลึงไล่อากาศออกบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลเอาไว้ แล้วใช้ไม้รีดแป้งรีดให้เป็นวงกลมแบน ชอบบางกรอบก็รีดให้บาง ชอบหนานุ่มก็ไม่ต้องลงแรงมาก


ย้ายแผ่นแป้งที่รีดให้หนาบางตามชอบแล้วลงไปในถาดอบที่ปูด้วยกระดาษซิลิโคนรองอบเอาไว้ ทาซอสมะเขือเทศลงไปให้ทั่ว โรยด้วยเครื่่องเคราทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไป ทับด้วยกองชีสขูดฝอยอีกครั้ง


นำเข้าเตาอบประมาณ 15-20 นาที หรือจนสุกแป้งเป็นสีน้ำตาลทอง นำออกมาใช้มีดตัดแบ่งตามจำนวนสมาชิก เสริฟง่ายๆ พร้อมกับซอสพริกและซอสมะเขือเทศ อร่อยและอิ่มได้อีกมื้อค่า




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า



2011/07/26

Tuna bun for your lazy afternoon tea


เครียด!!!!!!! เวลาที่เกิดอาการเครียดขึ้นมาไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าบำบัดมันยังไง แต่เจ้าของบล็อคนี้ใช้โภชนาการบำบัด ฮ่าๆๆๆๆๆ  คนข้างเคียงรวมถึงเพื่อนฝูงต่างก็พากันกระแนะกระแหนว่าอยู่แต่บ้านดูแต่ลูกงานการอะไรก็ไม่ได้ทำ สบายสุดๆ ทำไม๊ ทำไม ยังเครียดอีก เหอ เหอ เหอ ใครไม่ลองไม่รู้หรอกของแบบนี้ แน่นอนว่าอยู่แต่บ้านมันสบายไม่ปฏิเสธ แต่มันทำให้เกิดความเบื่อหน่าย จะออกไปไหนทีก็ขี้เกียจหอบทั้งคนทั้งสัมภาระ ยิ่งช่วงนี้โรงเรียนของแสบพี่หยุดอีกยิ่งไปกันใหญ่ หันซ้ายก็ลูก หันขวาก็ลูก แง๊วๆ กันตลอดทั้งวัน แต่พอสองศรีพี่น้องหลับ ไอ้ตาเจ้ากรรมก็ดันเบิกโพลงซะงั้น อันนี้คงต้องโทษตัวเองแล้วกระมัง
เบื่อที่ต้องเดินพล่านเป็นหมูติดอยู่เล้า ลงไปทำขนมปังเอาไว้กินตอนบ่ายดีกว่า วันนี้จะทำขนมปังทูน่าทั้งแบบเผ็ดให้ผู้ใหญ่ และแบบปราศจากพริกให้เด็ก ไม่อยากจะบอกว่าตั้งแต่นวดขนมปังเองได้รู้สึกดีมาก และก็ชอบมากเวลานวดๆ คลึงๆ ชอบเวลาที่มือมันสัมผัสกับก้อนแป้งนิ่มๆ โรคจิตไปรึเปล่าเนี่ย
ปล. รูปน้อยเหลือเกินเพราะมือมันไม่อำนวยค่า

ใส้ทูน่า
ทูน่าในน้ำแร่                 2 กระป๋อง
หอมหัวใหญ่ซอย             2 หัว
กระเทียมสับ                 4 กลีบ
น้ำตาลทราย
ซีอิ้วขาว
เกลือ
พริกขี้หนูซอย
น้ำมันสำหรับผัด
วิธีทำ
นำน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน เจียวกระเทียมและหอมหัวใหญ่ให้หอม ตามด้วยเนื้อทูน่าที่สะเด็ดน้ำออกจนหมด ผัดให้เข้ากัน เติมซีอิ้วขาว เกลือ และน้ำตาลทราย ปรุงรสตามชอบ ตักแบ่งออกมาครึ่งหนึ่งสำหรับเด็ก
จากนั้นเติมพริกขี้หนูซอยลงไปในกระทะที่เหลือทูน่าอีกครึ่งนึง ผัดต่ออีกสักครู่ ตักออกพักไว้

ขนมปังหวาน
แป้งขนมปัง             335 กรัม
ไข่ไก่                    1 ฟอง
นมสด                 165 กรัม
วิปปิ้งครีม                35 กรัม
เนยจืดนิ่ม               50 กรัม
น้ำตาลทราย             50 กรัม
ยีสต์                    2 ช้อนชา
เกลือ                   1 ช้อนชา
ผักชีสำหรับแต่งหน้าขนมปัง
พริกขี้หนูซอยสำหรับแต่งหน้าขนมปัง
ไข่ไก่  1 ฟอง ตีให้เข้ากันสำหรับทาหน้าก่อนอบ
เนยจืดนิ่มสำหรับทาหน้าขนมปังหลังจากอบเสร็จให้เงาสวย
วิธีทำ
นำนมสดและวิปปิ้งครีมเข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที พอแค่อุ่น ใส่น้ำตาล และยีสต์ใส่ลงในส่วนผสมของนมพักไว้
จากนั้นผสมแป้ง และเกลือเข้าด้วยกันในชามผสม ทำให้เป็นหลุมตรงกลาง ตีไข่ให้เข้ากันผสมกับส่วนของนมแล้วจึงเทลงไปในหลุม ลงมือนวด ให้ส่วนผสมทั้งหมดให้จับตัวกันเป็นก้อน ขนมปังสูตรนี้จะแฉะนิดนึงไม่ต้องตกใจไป จากนั้นค่อยๆ ใส่เนยจืดนิ่มทั้ง  50 กรัม ลงไปในก้อนแป้ง นวดก้อนแป้งที่ดูเหมือนเละๆ นั้นให้เนียน ใครเป็นมือใหม่หัดนวดดูวิธีได้ ที่นี่
เสร็จแล้วก็พักแป้งให้ขึ้นเป็นสองเท่าในชามที่ทาเนยบางๆ ไว้ทั่ว เพื่อกันแป้งติด พร้อมกับใช้พลาสติกแร็ป หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดคลุมชามไว้ นำไปไว้ในที่มืด (เอาไว้มันในเตาอบนี่แหละง่ายดี แต่อย่าเผลอเปิดเตาหล่ะ เดี๋ยวจะสุกซะก่อน) โดยใช้เวลาพักแป้งประมาณ 1-1 1/2 ชั่วโมง หรือจนสังเกตุเห็นประมาณมันเพิ่มเป็น 2 เท่า (ที่บ้านเรียกว่าอืดได้ที่) ระหว่างรอก็จัดการเตรียมพิมพ์จะใช้อบ วันนี้ใช้พิมพ์มัฟฟิ่นขนาดมาตรฐาน จัดการใส่ถ้วยกระดาษลงไป 
พอแป้งได้ที่แล้วก็นำออกมานวดไล่อากาศอีกครั้ง นวดประมาณ 1-2 นาที จากนั้นจัดการตัดแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเท่าๆ กัน น้ำหนักก้อนแป้งแต่ละก้อนก็ประมาณ 50 กรัม คลึงแผ่ให้เป็นแผ่น ตักใส้ทูน่าที่ทำไว้ใส่ลงตรงกลาง ห่อแป้งให้มิดใส้ คลึงอีกครั้งให้กลมเนียน นำใส่ในพิมพ์ไว้ ทำไปเรื่อยๆ จนหมดแป้งและใส้
ขนมปังก้อนไหนที่ใส่ใส้แบบเผ็ดก็แปะผักชีและพริกลงไป ส่วนแบบที่ไม่เผ็ดก็แปะแต่ผักชีบนหน้าก็พอ จะได้เห็นความแตกต่าง เวลาอบเสร็จจะได้ไม่หยิบผิดหยิบถูก


นำเอาขนมปังที่ใส่ใส้และแต่งหน้าแล้วกลับไปพักให้ขึ้นอีกครั้ง (ที่เดิม)  ใช้เวลาพักเท่าเดิม ใช้วิธีการสังเกตุแบบเดิมๆ พอขนมปังขึ้นได้ที่ก็จัดการยกออกมาทั้งถาด  ตีไข่ให้เข้ากัน ใช้แปรงทาไข่บนหน้าขนมปังบางๆ แบบเบามือ
เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ10 นาที พอให้เตาอบร้อนได้ที่ก็นำถาดขนมปังเข้าอบ ใช้เวลาอบก็ประมาณ 12-15 นาที นำออกมาจัดการใช้แปรงทาเนยจืดนิ่มลงบนหน้าขนมปังให้หน้าขนมปังเงาสวย พักไว้จนอุ่นถึงยกออกมาวางไว้ที่ตะแกรง

ถ้าทานไม่หมดก็รอจนเย็นสนิทแล้วจึงเก็บใส่กล่องที่ปิดฝาสนิทใส่ตู้เย็นเอาไว้ เวลาจะทานอีกทีก็นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 5-8 วินาที ก็ยังคงความอร่อยเช่นเดิม


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/07/07

Sanwich bread Episode II; Snickers bread pudding


จากที่เมื่อสองวันก่อนได้ทำขนมปังแซนวิชไป แล้วจัดการแปลงร่างเป็นช็อคโกแลตอัลมอนด์โทสต์ไป ก็ยังคงเหลือเจ้าก้อนขนมปังอีกหนึ่งก้อนใหญ่ จะปล่อยทิ้งไว้ให้ขึ้นราไปก็ใช่ที่ เดี๋ยวคุณสามีจะบ่นเอา เรื่องอื่นไม่ว่า แต่เรื่องปล่อยทิ้งของที่ิกินได้ให้เสียไปต่อหน้าต่อตา พ่อบ่นจนหูชา ก็อย่างที่เคยบอกว่าไม่ชอบกินขนมปังเปล่าๆ มันไม่ได้เนื้อได้หนัง ก็ต้องหาเนื้อหาหนังมาแต่งองค์ทรงเครื่องให้หน่อยจะได้รับประทานได้คล่องคอ แต่ขอเน้นคอนเซ็ปไม่ออกไปซื้อ ใช้ของที่มีอยู่ปริมาณมากในบ้านให้หมด เพราะขี้เกียจจัง
คุ้ยสต็อคของในบ้านแล้วพบว่า มีช็อคโกแลตอยู่ทุกประเภทสำหรับไว้ทำขนม นมสดพาสเจอร์ไรซ์ มีไข่ที่ซื้อตุนไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเพราะว่ากลัววิกฤติข้าวยากหมากแพง และพระเอกของงานน้องหนู Snickers แคนดี้บาร์ที่มีส่วนผสมของทั้ง ช็อคโกแลต นูกัต ถั่ว และคาราเมล ที่ช่วยทำให้เมนูง่ายๆ ดูวิจิตรพิสดารขึ้นมานิดนึง


จริงๆ แล้วพุดดิ้งขนมปังดูจากวธีทำแล้วดูมันแหยะๆ ไม่น่ากินยังไงไม่รู้ แต่ได้โปรดอย่าได้ประเมินสิ่งต่างๆ จากที่มองเห็น  ให้ประเมินด้วยลิ้นดีกว่าชัวร์กว่าเยอะ หลังจากที่อบแล้วลองเทสต์ดู ก็ต้องร้องว้าวววว มันอร่อยแฮะ แต่ถ้าใครยังกลัวความฉ่ำๆ เยิ้มๆ อุ่นๆ ก็ให้รอให้เย็นลงแล้วลองนำเข้าตู้เย็นอย่างน้อยซัก 4 ชั่วโมงให้มันแน่นขึ้น แล้วเสริฟพร้อมวิปปิ้งครีม หรือ ไอศครีม แล้วจะเปลี่ยนใจลงความเห็นใหม่ทันทีว่ามันก็อร่อยไม่แพ้ขนมอย่างอื่นเลย ลองทำที่บ้านดูนะ ง่ายไม่แพ้เจียวไข่เลย แค่ใช้เวลานานกว่าหน่อยแค่นั้นเองค่า



พุดดิ้งขนมปัง Snickers
ขนมปังแซนวิช             1/2 ก้อน (หรือขนมปังก้อนชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในบ้าน)
นมสด                      2 ถ้วย
ไข่ไก่                      2 ฟอง
ช็อคโกแลตแบบกึ่งหวาน     90 กรัม
เนยสด                     1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ                     1/8 ช้อนชา
Snickers                   2 แท่ง
วิธีทำ
นำนม ช็อคโกแลต และเนย ใส่ชามเข้าไมโครเวฟให้พอร้อนแต่ไม่เดือด นำออกมาคนให้ละลายเข้ากัน พักไว้ให้อุ่น เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส รอไว้
เตรียมพิมพ์โดยการทาเนยให่ทั่วพิมพ์ (วันนี้ใช้ถ้วยเรมกิน) จากนั้นจัดการหั่น Snickers เป็นลูกเต๋าเล็กๆ แล้วตามด้วยหั่นขนมปังเป็นลูกเต๋าขนาดกลาง


วางขนมปังลงในพิมพ์ โรยหน้าด้วย Snickers ที่หั่นเต๋า จากนั้นก็ไปทำส่วนของที่จะนำมาราด
นำไข่ใส่ชาม ใช้ตระกร้อมือตีให้แตก ทะยอยเทส่วนผสมของนมที่อุ่นแล้วลงไป คนให้เข้ากัน นำไปราดบนขนมปังที่อยู่ในพิมพ์ให้ชุ่ม นำเข้าเตาอบประมาณ 20-25 นาที นำออกมาพักไว้ให้อุ่นแล้วเสริฟ หรือจะรอให้เย็นก่อนก็ได้



ส่วนตกแต่ง
วิปปิ้งครีม
ช็อคโกแลตขูดฝอย
วิธีทำ
จะเสริฟทั้งพิมพ์ หรือแคะออกมาจากพิมพ์ก็ได้ แค่โปะวิปปิ้งครีมแล้วโรยช็อคโกแลตขูด ง่ายไปหน่อยมั้ยเนี่ย




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/07/06

Chocolate almond toasted bread with any choice of your ice cream


มีเพื่อนสาวแสนสวยกะเค้าคนนึง เป็นเพื่อนที่เรียกว่าสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม (แต่ไม่รู้ว่าเค้ายอมสนิทด้วยอ่ะป่าวดิ) แต่ขาดการติดต่อไปตอนเข้ามหาวิทยาลัย เจอกันอีกทีเมื่อปีที่ผ่านมาทางเครือค่ายสังคมออนไลน์เจ้าฮิต ตอนนี้คุณเธอไปแจ้งเกิดเป็นดาวอยู่ที่ประเทศมหาอำนาจ นิสัยน่ารัก เปิดเผยมากมาย แต่ดันสารภาพว่าไม่ค่อยสันทัดงานบ้านงานเรือน มีโอกาสได้เมาท์มอยกันเล็กน้อย อยู่เนืองๆ ผ่านทางตัวหนังสือบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ด้วยความที่ห่างบ้านเกิดเมืองนอนไปนานโข ทำให้เกิดอาการคิดถึงอะไรที่มันออกจะไทยๆ วันดีคืนดีก็เปิดบทสนทนาถามถึงสูตรขนมปังที่ง่ายแต่อร่อยมา เพราะว่าอยากทำเอง ตอนนั้นขอแอบบอกเลยว่าไม่มีซักสูตร เพราะเมื่อสามปีที่แล้วเข็ดมากกับการนวดขนมปังเองแล้วแข็งพอๆ กับสากครกไงงั้น ขนาดว่าเปลี่ยนจากนวดมือมาใช้เครื่องผสมก็ยังเจ๊ง จนต้องเดือดร้อนคุณสามีถอยเครื่องทำขนมปังโดยเฉพาะให้ จากนั้นเป็นต้นมาเลยพาลคิดว่าชาตินี้คงไม่มีปัญญาทำขนมปังกินเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นแน่แท้ คงต้องพึ่งไอ้เจ้าเครื่องทำขนมปังให้มันนวดให้อยู่ร่ำไป
จวบจนกระทั่งเมื่อเช้ามีสมาชิกฟาร์มไก่ที่น่ารัก คุณก้อยกุ้ง ฟันคุดน้อยซี่ที่7 มาโพสต์บนเฟซบุ๊คถึงขนมปังที่เธอบอกว่ามันง่ายมากมาย ไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ (จะไม่ต้องเกรงใจเจ้าโคเลสเตอรอลมัน) และอร่อยด้วย
ไอ้ความที่กลัวฝันร้ายเก่าๆ มาหลอกหลอนมันก็กลัวอยู่ แต่ความสู่รู้มันมีมากกว่าอดใจไม่ไหวเลยรีบสมนาคุณให้ แล้วจัดการส่งสาส์นต่อถึงคุณเพื่อนว่าให้รอชมผลงานนะ ถ้าดีจะเอามาลงบล็อคให้ก๊อปปี้ได้โลดค่า
แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยกับผลที่ออกมา ถือว่าคุ้มค่าที่สุด ทำให้เลิกเป็นเจ้าสาวที่กลัวขนมปัง (ฝน) ไปเลย แต่ขอนิดนึงนะบังเอิญไม่ใช่คนที่ชอบกินขนมปังเปล่าๆ เพราะมันมิหวานอ่ะ เลยลองแบ่งมาทำเป็นขนมที่ฮอตฮิตมากๆ ที่นี่ ตอนนี้ ถึงขนาดต้องต่อคิวยาวเป็นกิโลมันทุกสาขา เพื่อให้ได้กิน เรียกว่าเป็นอีกซิกเนเจอร์เมนูของทางร้านเค้าเลยทีเดียว ครั้นจะลอกเค้ามาดุ๊นๆ มันก็น่าขายหน้าไปหน่อย ลองเปลี่ยนนั่นนิด เติมนี่หน่อยจะได้ดูไม่น่าเกลียดเนอะ

ขนมปังแซนวิช
แป้งขนมปัง        420 กรัม
นมสดอุ่น          300 มล.
น้ำตาลทราย     2 1/2 ช้อนโต๊ะ
ยีสต์ผง          1 1/2  ช้อนชา
เกลือ              1 ช้อนชา
เนยสดนิ่ม          4 ช้อนโต๊ะ
(แบ่ง 3 ช้อนโต๊ะ ไว้นวดผสมกับแป้ง ที่เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ เอาไว้ทาหน้าขนมปังหลังจากที่อบเสร็จ)
ไข่ไก่ 1 ฟอง
(สำหรับทาหน้าขนมปังก่อนอบหน้าขนมปังจะได้เงา แต่จะไม่ทาก็ได้)
วิธีทำ
นำยีสต์ และน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงในนมสดอุ่น ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
นำแป้ง น้ำตาลทรายส่วนที่เหลือ และเกลือใส่ลงในชามผสม คนให้เข้ากันทำเป็นหลุมตรงกลางแล้วเทส่วนของนมลงไป  ลงมือนวด (แต่ที่นี่ขยำค่า) ส่วนผสมทั้งหมดให้จับตัวกันเป็นก้อนแป้ง จากนั้นค่อยๆ ใส่เนยลงไป (ถึงจุดนี้ไม่ต้องกลัว มันเละเทะมาก ดูแล้วเหมือนกับว่าไม่น่าจะเสร็จแล้วออกมากินได้) นวดให้เนียน ใครเป็นมือใหม่หัดนวดดูวิธีได้ ที่นี่
เสร็จแล้วก็พักแป้งให้ขึ้นเป็นสองเท่าในชามที่ทาเนยบางๆ ไว้ทั่ว เพื่อกันแป้งติด พร้อมกับใช้พลาสติกแร็ป หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดคลุมชามไว้ นำไปไว้ในที่มืด (เอาไว้มันในเตาอบนี่แหละง่ายดี แต่อย่าเผลอเปิดเตาหล่ะ เดี๋ยวจะสุกซะก่อน) โดยใช้เวลาพักแป้งประมาณ 1-1 1/2 ชั่วโมง หรือจนสังเกตุเห็นประมาณมันเพิ่มเป็น 2 เท่า (ที่บ้านเรียกว่าอืดได้ที่)

ระหว่างรอก็จัดการเตรียมพิมพ์ที่จะใช้อบด้วยการทาเนยให้ทั่วทุกซอกมุม วันนี้ใช้พิมพ์ขนมปังขนาดมาตรฐาน 2 อัน
พอแป้งได้ที่แล้วก็นำออกมานวดไล่อากาศอีกครั้ง ประมาณ 1-2 นาที ตัดแบ่งแป้งเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน คลึงให้เป็นกลมๆ วางลงในพิมพ์ พิมพ์ละ 2ก้อน จัดการเอากลับไปพัก (ที่เดิม) อีกครั้ง โดยไม่ลืมที่จะปิดหน้าด้วยพลาสติกแร็ป หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เอาไว้ ใช้เวลาพักเท่าเดิม ใช้วิธีการสังเกตุแบบเดิมๆ
เมื่อครบกำหนดเวลาก็นำออกมา ตีไข่ให้เข้ากัน จัดการใช้แปรงทาไข่บนหน้าขนมปังบางๆ แบบเบามือด้วยนะ เดี๋ยวยุบ

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส อบไปประมาณ 5 นาที ให้นำออกมาใช้อลูมิเนียมฟอยล์ วางปิดบนหน้าขนมปังไว้ (กันหน้าดำก่อนที่จะสุกถึงข้างใน) แล้วรีบนำกลับเข้าไปอบต่ออีก 10 นาที จากนั้นลดอุณหภูมิเตาลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส แล้วอบต่ออีก 10-15 นาที
เมื่อสุกได้ที่แล้วนำออกาจากเตาอบ จัดการใช้แปรงทาหน้าขนมปังด้วยเนยสดที่เหลือไว้ พักให้อุ่นในพิมพ์ แล้วจึงแคะออกมากินได้เลย หรือหากจะเก็ไว้ทำอย่างอื่นด้วยก็ให้วางผึ่งบนตะแกรงด้านนอกจนเย็นสนิทก่อนแล้วจึงค่อยเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท (ถ้าไม่สมารถบริโภคให้หมดภายในวันเดียวก็เอาเข้าตู้เย็นไว้)


อัลมอนด์โทสต์
ขนมปัง          1 ก้อน
เนยเค็มนิ่ม       1 ช้อนโต๊ะ
อัลมอนด์พราลีน   2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส รอไว้
ผสมเนย และอัลมอนด์พราลีน   เข้าด้วยกัน
จัดการสไลด์ก้อนขนมปังออกเป็นตาราง แต่อย่าให้ขาดออกจากกัน ทาส่วนผสมของเนยและอัลมอนด์พราลีนลงไปบนหน้าขนมปังและตามในซอกตารางด้วย นำเข้าเตาอบประมาณ 5-10 นาที หรือจนหน้าขนมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ไม่ใหม้ นำออกมาใส่จาน

ส่วนตกแต่ง
อัลมอนด์โทสต์
ไอศครีมรสโปรด
ดาร์คช็อคโกแลต หรือซอสช็อคโกแลตสำเร็จรูป
อัลมอนด์สไลด์ (ที่อบแล้ว)
ผลไม้สด
วิปปิ้งครีม
วิธีทำ
โปะไอศครีมลงบนอัลมอนด์โทสต์ที่เพิ่งออกมาจากเตา ละลายดาร์คช็อคโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟแล้วนำมาใส่ถุงบีบ บีบตกแต่ง เพิ่มความอลังการด้วยการบีบวิปปิ้งครีมลงบนจาน โรยด้วยอัลมอนด์ไสลด์ แล้วสาดผลไม้สดลงไปกันอ้วนอีกที อันนี้ไม่ต้องรอใคร รีบจ้วงก่อนเลยเพราะเดี๋ยวไอศครีมละลายเสียของค่า


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า