เบื่อตัวเองจริงอะไรจริงที่ตอนนี้นอกจากจะไม่เลิกบ้าพิสถั่วพิสทาโอแล้วยังดันหาซื้อมาเพิ่มเติมอีกต่างหาก วัตถุดิบประเภทถั่วนี่มันช่างมีอายุหลังจากเปิดหีบห่อแล้วสั้นนัก หนทางเดียวที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เสียของและเสียเงินเปล่าคือหาทางใช้มันให้เร็วที่สุด จะกินเปล่าก็กะไรอยู่แปรรูปเป็นขนมสวยๆ ดีกว่าเป็นได้ทั้งอาหารตาและอาหารปาก สบโอกาสเข้าไปเสาะแสวงหาวัตถุดิบดีๆ ในเมืองกรุง เลยหอบหิ้วพะรุงพะรังมาร้อยแปดพันอย่าง ทั้งของสดของแห้ง ในยุคข้าวยากหมากแพงต้องใช้เงินเพิ่มเกือบเป็นสองเท่าเพื่อให้ได้ของที่ต้องการแบบเดิมๆ กลับมา รู้ทั้งรู้ว่ามันแพงเกือบเท่าตัว แต่เจ้ากิเลสตัวดีก็ไม่ปรานีใคร สุดท้ายก็กวาดกลับมา เลยต้องรับสภาพหูชาไปตามระเบียบ
Showing posts with label Pretty little things. Show all posts
Showing posts with label Pretty little things. Show all posts
2012/05/18
Raspberry pistachio montblanc, close to perfect but not quite
เบื่อตัวเองจริงอะไรจริงที่ตอนนี้นอกจากจะไม่เลิกบ้าพิสถั่วพิสทาโอแล้วยังดันหาซื้อมาเพิ่มเติมอีกต่างหาก วัตถุดิบประเภทถั่วนี่มันช่างมีอายุหลังจากเปิดหีบห่อแล้วสั้นนัก หนทางเดียวที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เสียของและเสียเงินเปล่าคือหาทางใช้มันให้เร็วที่สุด จะกินเปล่าก็กะไรอยู่แปรรูปเป็นขนมสวยๆ ดีกว่าเป็นได้ทั้งอาหารตาและอาหารปาก สบโอกาสเข้าไปเสาะแสวงหาวัตถุดิบดีๆ ในเมืองกรุง เลยหอบหิ้วพะรุงพะรังมาร้อยแปดพันอย่าง ทั้งของสดของแห้ง ในยุคข้าวยากหมากแพงต้องใช้เงินเพิ่มเกือบเป็นสองเท่าเพื่อให้ได้ของที่ต้องการแบบเดิมๆ กลับมา รู้ทั้งรู้ว่ามันแพงเกือบเท่าตัว แต่เจ้ากิเลสตัวดีก็ไม่ปรานีใคร สุดท้ายก็กวาดกลับมา เลยต้องรับสภาพหูชาไปตามระเบียบ
ป้ายกำกับ:
Cake and cakes,
Pretty little things
2012/05/05
Chicken Farm Baker's Project # 44 : A piece of TEA time; Jasmine tea chiffon cake
การบ้านฟาร์มไก่มาแล้ว เสิร์ฟแบบร้อนๆ แบบเพิ่งจะสลัดดินที่พอกหางออกไปหมาดๆ ที่พูดอย่างงั้นก็เพราะว่าโจทย์การบ้านนี้ คุณอุ้ม vanilla orchid จากแดนไกลเธอให้เอาไว้ตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้วนู้นแน่ะ แต่ดันส่งการบ้านซะต้นเดือนใหม่ ยิ่งเห็นหน้าตาการบ้านเข้าไปคุณอุ้มเธอคงลมแทบจับ เล่นเอาง่ายแต่ไหงใช้เวลานานมากกกกก ต้องขอโทษด้วยนะค้า
2012/03/27
Chicken Farm Baker's Project # 43 : Meringue....Whip me if you can!!!!!!; Sakura jelly macarons
วู้ววววว การบ้านฟาร์มไก่ได้โจทย์มาตั้งนานแล้วแต่เพิ่งทำเอามันตอนใกล้สิ้นเดือนอีกแล้วครับพี่น้อง ก็ต้องโทษที่โรงเรียนปิดภาคเรียนแล้ว แต่คุณแม่คนดีที่หนึ่งไม่มีนโยบายจ่ายเงินให้เรียนซัมเมอร์เพราะคิดว่าไม่จำเป็น ฟังดูดี๊ดูดีเนอะแต่แฝงนัยสำคัญเป็นเพราะแม่มัน "งก" เลยต้องรับกรรมกระเซอะกระเซิงเลี้ยงลูกน้อยกลอยใจทั้งคู่ไปจนลืมวันลืมคืนนั่นเอง จบข่าว
2012/03/23
Always shiny in every party; Custard cream brownie cupcake with strawberry buttercream frosting
"คุณพ่อคุณแม่คะศุกร์นี้เป็นวันที่มีการเรียนการสอนวันสุดท้ายของเทอมนี้นะคะ ที่โรงเรียนมีจัดนิทรรศการแสดงผลงานของน้องพลูและน้องเพลินด้วยค่ะ เรียนเชิญคณพ่อกับคุณแม่ด้วยนะคะ" โอ้ยยยย ปิดเทอมอีกแล้ว ยังหาแพลนบีไว้รองรับทะโมนทั้งคู่ไม่ได้เลย กลุ้มว้อย!!!! แต่ที่กลุ้มหนักกว่าคือศุกร์นี้จะงัดขนมอะไรไปอวดเพื่อนลูก พ่อแม่เพื่อนลูก ตลอดจนบุคคลากรทุกคนที่โรงเรียนดี เครียดจนแก้มห้อยย้อยจนเลยคาง ก็คนมันขี้อวดนี่นาทำไงได้ อิอิอิ
ป้ายกำกับ:
Chocolate lovers,
Pretty little things
2012/03/15
As per my boy's request; Almond choux cream
วันหยุดสุดหรรษาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาสลี้ภัยไปต่างจังหวัด โอ......โลกมันช่างสดใสอะไรอย่างงี้ คุณแม่ขาออกอาการตื่นเต้นมากๆ ล่วงหน้าถึงสองวันประหนึ่งเด็กนักเรียนจะได้ไปทัศนศึกษาครั้งแรกไงงั้น อายลูกเหมือนกัน แต่ขอนิดน้า นานๆ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศเลี้ยงลูกซักที จริงๆ ก็ไม่ได้ไปไกลจากบ้านซักเท่าไหร่หรอก แต่แค่ได้ออกก็วิเศษแล้ววินาทีนี้
ป้ายกำกับ:
Pâte à choux,
Pretty little things
2012/03/03
Chocolate mashmallow tea cake; A dome shape-like sweet treat
จู่ๆ ก็นึกถึงเจ้าขนมที่มีชื่อว่า "Tea cake" ขึ้นมาซะงั้น แต่ "Tea cake" ที่ว่านี้มันเป็นแบบที่ด้านล่างเป็นบิสกิตกรอบๆ ร่วนๆ ที่มีกลิ่นจางๆ ของอบเชย โปะด้วยมาร์ชมาลโลว์นุ่มๆ หยุ่นๆ แล้วเคลือบด้วยช็อคโกแลตอีกที พอจะนึกกันออกมั้ย เคยกินของมาร์คแอนด์สเปนเซอร์นานมากแล้ว นานจนแทบจะจำไม่ได้ว่ารสชาดมันเป็นไง เลยถือเอาโอกาสนี้รื้อฟื้นความทรงจำใหม่ซะหน่อย เฮ้อ!!!!! ยังไม่วายไม่สามารถทำให้มันเหมือนต้นฉบับได้
ป้ายกำกับ:
Chocolate lovers,
Cookies' club,
Pretty little things
2012/02/10
Very strawberry daifuku, My whole world with you is pink
วู้ววววว วันแห่งความรักใกล้เข้ามาแล้วทุกที มานับถอยหลังกันด้วยขนมหวาน สีหวาน ที่ทำได้ไม่ยากเผื่อเป็นไอเดียมัดใจคนรักกันดีกว่า สัญญากับตัวเองแล้วว่าจากวันนี้จนถึงวันวาเลนไทน์จะทำขนมเสริฟคุณสามีให้สำลักความหวานทุกวัน ตอบแทนกับความรักความเอาใจใส่ที่มีมอบให้ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา (เลี่ยนอ่ะอย่าเพิ่งมองหากระโถนกันก่อนนะค้า) และจะพยายามอัพบล็อคทุกวันให้ได้ด้วยเผื่อว่าจะเป็นไอเดียให้ใครต่อใครทำเพื่อไปมอบให้คนรู้ใจในวันวาเลนไทน์ที่ใกล้เข้ามาแล้วนี้ (ไม่รู้ว่าสำเร็จมั้ยน้อ เอาใจช่วยหน่อยน้า)
ป้ายกำกับ:
Japanese dessert,
Pretty little things
2011/12/19
A taste of autumn in japan; Kuri daifuku
อยากกินไดฟุกุ อยากกินไดฟุกุ อยากกินไดฟุกุ แต่ไม่ได้อยากกินแบบที่มีขายในยามซากินะ อยากกินแบบที่เคยกินที่ญี่ปุ่นง่าาา มันเป็นแบบที่ด้านนอกหุ้มห่อด้วยแป้งโมจิ บรรจุครีมชานทิลลิ่ที่ไม่หวานจัด สอดใส้ด้านในอีกทีด้วยผลไม้ มีทั้งสตรอเบอร์รี่ องุ่น และก็กล้วย ปิดตูดอีกทีด้วยสปันจ์เค้ก ที่เคยจับยัดเข้าปากครานั้นเป็นสตรอเบอร์รี่ อร่อยมาก อยากกินอีก เฮ้อ! หัวสูงไปรึป่าว จะหากินได้ที่ไหน ก็ที่นี่มันบ้านนอกไม่ใช่เมืองกรุงซะด้วยซิ พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียคงไม่ได้กิน หาหนทางเอาเองก็ได้ ในเนตมีออกถมวิธีทำอ่ะ แต่วัตถุดิบนี่จะหาได้ป่าวไม่รู้ วัดดวงเอาแล้วกัน
ป้ายกำกับ:
Japanese dessert,
Pretty little things
2011/09/04
Banana chiffon cake with berries and almond
สวัสดีเดือนกันยา เผลอแป๊บๆ ปาเข้าไปเกือบสิ้นปีซะแล้ว วันๆ ผ่านไปเร็วเหมือนติดปีกเอามากๆ โดยเฉพาะช่วงที่ง่วนๆ ทำขนม ไม่น่าเชื่อว่าตัดสายสะดือคลอดบล็อคออกมาได้ตั้ง 4 เดือน มีบทความในคลังแสงถึง 50 บทความ บ่งบอกถึงความบ้าพลังสุดๆ แต่อย่าได้แคร์ ยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความถี่วันเว้นสองวัน
ป้ายกำกับ:
Cake and cakes,
Fruits in cake,
Pretty little things
2011/08/29
Honey lime curd swiss meringue macarons
อีกแล้วค่าอีกแล้วมาคาฮองอีกแล้ว ว่าจะเลิกทำแล้วเชียวกะเจ้าขนมแฟชั่นนิสต้าเนี่ย ทำทีไรเจ๊งครึ่งดีครึ่ง ทำให้เสียน้ำตาทู้กที แต่มันก็อดใจไม่ไหวอีกแล้วดันไปจ๊ะเอ๋กับเจ้ามาคาฮองแบบสวิส ปกติที่เคยคุ้นหูก็มีแต่มาคาฮองแบบฝรั่งเศส และมาคาฮองแบบอิตาเลี่ยน
ป้ายกำกับ:
Macarons mania,
Pretty little things
2011/06/29
Macarons revisited; Macarons with bacon cheese cream salad
กลับมาสู่นิวาสสถานอันแสนสุขเสียที หลังจากจิตตกใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลตั้งสามวันสองคืนเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัดของแสบพี่ เมื่อเจี๋ยนเจ้าต่อมทอนซิลออกไปจากจุดเกิดเหตุช่างเป็นอะไรที่มหัศจรรย์อย่างมาก จากที่เคยนอนกรนเหมือนโรงสีไฟกลับกลายเป็นนอนเงียบเหมือนเป่าสากซะงั้น เลยต้องลำบากคุณแม่ดีเด่นอย่างเราต้องคอยเอานิ้วจ่อตรงปลายจมูกเพื่อเช็คดูว่าลูกยังหายใจรึเปล่า ตกลงเลยไม่รู้ว่าดีรึเปล่ากับคุณภาพชีวิตของคุณแม่ เพราะว่ายังคงต้องตื่นบ่อยๆ อยู่เหมือนอย่างเคย ต่างกันตรงที่จากเดิมตื่นเพราะคอยเปลี่ยนท่านอนเป็นตื่นเพราะกลัวลูกไม่หายใจ เฮ้อ เมื่อไหร่จะปรับตัวได้เนี่ย เศร้าจัง
มาคาฮอง (เปลือก)
น้ำตาลทราย 15 กรัม
อัลมอนด์สไลด์หรือป่น 70 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
สีผสมอาหาร 1/4 ช้อนชา
(พยายามใช้สีผงจะได้ไม่ไปเพิ่มความชื้นให้มาคาฮอง วันนี้ใช้สีเหลือง)
วิธีทำ
จัดการนำกระดาษซิลิโคนรองอบปูบนถาดอบเอาไว้ ติดหัวบีบแบบกลมไว้ในถุงบีบรอไว้
นำอัลมอนด์ปั่นรวมกับน้ำตาลไอซิ่งจนละเอียด ร่อน 2 ครั้ง ผิวของมาคาฮองจะได้เนียน
นำไข่ขาวใส่ในชามแห้ง ไร้คราบไขมัน ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองละเอียดเล็กๆ ทะยอยใส่น้ำตาลลงไป ตีให้ตั้งยอดอ่อน เติมสีผงลงไป ตีต่อให้สีพอสม่ำเสมอ อย่าตีให้ไข่ขาวตั้งยอดเลยยอดกลาง เดี๋ยวมาคาฮองจะเหนียวหนึบ
จากนั้นแบ่งส่วนของอัลมอนด์เป็นสามส่วน ทะยอยลงไปตะล่อมให้เข้ากัน เสร็จแล็วก็ตักใส่ถุงบีบที่เตรียมไว้ บีบหยอดลงบนถาด (ส่วนใหญ่มืออาชีพเค้าจะวาดรูปวงกลมตามขนาดมาคาฮองที่ต้องการเอาไว้ จะได้ง่ายต่อการหยอด แต่เราขี้เกียจจัด บีบไปเลยตามมีตามเกิด เล็กบ้างใหญ่บ้าง กะน้ำหนักมือเอา)บีบหยอดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เพราะเดี๋ยวมันจะแผ่ออกอีกนิด จับถาดกระแทกแรงๆ ซักสองสามครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศในมาคาฮองออก อบออกมาแล้วจะได้ไม่ปูดๆ กลวงๆ หลังจากนี้ก็พักผิวหน้าของมาคาฮองให้แห้ง แบบที่เวลาเอานิ้วไปแตะแล้วไม่ติดนิ้วขึ้นมา (อันนี้สำคัญมาก เพราะมาคาฮองจะได้มีกะโปรงที่สวยงาม หน้าไม่แตกยับเยิน) เวลาที่พักผิวก็ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วแต่สภาวะความชื้นในอากาศ แล้วค่อยเปิดเตาอบที่ 150 องศาเซลเซียส ไฟบนและล่าง (ตามที่กูรูแนะนำ) รอให้ความร้อนทั่วถึงประมาณ 10 นาที แล้วค่อยนำถาดมาคาฮองเข้าเตาอบ วางถาดไว้ชั้นกลาง อบแบไฟบนล่างประมาณ 2 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นไฟล่างอย่างเดียวอีก 8 นาที(อันนี้แล้วแต่เตาอีกเช่นเคย แนะนำให้นั่งเฝ้าอีกแล้ว ถ้าทำมากกว่าหนึ่งถาดก็ทะยอยอบเอา เคยอบพร้อมกันแล้วเจ๊ง)
เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นค่อยแกะออกจากกระดาษรองอบ เลือกเอาไซส์ใกล้เคียงมาประกบกันจะได้แลดูมืออาชีพ สุดท้ายจัดการใส่ใส้
ใส้ครีมสลัดเลมอน เบคอนและชีส
ใส้ครีมสลัดเลมอน เบคอนและชีส
น้ำสลัดน้ำใสเลมอน 10 ช้อนโต๊ะ (อันนี้ทำไว้ติดบ้านตลอดไว้ค่อยบอกสูตรทีหลัง)
ไข่แดง 1 ฟอง
นม 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
เบคอนทอดกรอบป่น 3 ช้อนโต๊ะ
ชีสขูดฝอย 3 ช้อนโต๊ะ (เลือกชนิดที่เค็มน้อย วันนี้ใช้ colby swiss cheddar)
วิธีทำ
นำไข่แดง นม และแป้งข้าวโพดใส่ลงในชามสเตนเลส ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน เติมน้ำสลัดลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำขึ้นต้องไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนเป็นครีมข้น ยกลงจากเตา พักให้เย็น เติมเบคอนกรอบ และชีสลงไป คนให้เข้ากัน จัดการนำไปใส่เป็นใส้มาคาฮอง
ส่วนตกแต่ง
ฟิลเลซ์ไอซ์เบิร์ก หรือผักสลัดชนิดอื่นตามชอบ
ชีสขูดเป็นเส้น
วิธีทำ
จัดจานให้สวยงามด้วยฟิลเลซ์ไอซ์เบิร์ก หรือผักสลัดชนิดอื่นตามชอบ วางมาคาฮองลงไป โรยด้วยชีสขูดเส้น หยิบเข้าปากแบบพ่วงผักเข้าไปด้วยนะค้าถึงจะเรียกว่าเพื่อสุขภาพ
ไข่แดง 1 ฟอง
นม 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
เบคอนทอดกรอบป่น 3 ช้อนโต๊ะ
ชีสขูดฝอย 3 ช้อนโต๊ะ (เลือกชนิดที่เค็มน้อย วันนี้ใช้ colby swiss cheddar)
วิธีทำ
นำไข่แดง นม และแป้งข้าวโพดใส่ลงในชามสเตนเลส ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน เติมน้ำสลัดลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำขึ้นต้องไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนเป็นครีมข้น ยกลงจากเตา พักให้เย็น เติมเบคอนกรอบ และชีสลงไป คนให้เข้ากัน จัดการนำไปใส่เป็นใส้มาคาฮอง
ส่วนตกแต่ง
ฟิลเลซ์ไอซ์เบิร์ก หรือผักสลัดชนิดอื่นตามชอบ
ชีสขูดเป็นเส้น
วิธีทำ
จัดจานให้สวยงามด้วยฟิลเลซ์ไอซ์เบิร์ก หรือผักสลัดชนิดอื่นตามชอบ วางมาคาฮองลงไป โรยด้วยชีสขูดเส้น หยิบเข้าปากแบบพ่วงผักเข้าไปด้วยนะค้าถึงจะเรียกว่าเพื่อสุขภาพ
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า
ป้ายกำกับ:
Just say cheese,
Macarons mania,
Pretty little things
2011/06/24
Magenta macarons with white chocolate raspberry cream cheese filling
ตั้งใจทำเจ้าขนมพิเศษนี้ให้หนุ่มน้อยที่รักที่สุดในชีวิต เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับภารกิจใหญ่ที่จะต้องเผชิญ พรุ่งนี้แล้วซินะที่คุณหมอนัดให้แสบพี่ไปเข้ารับการผ่าตัดเฉือนต่อมทอนซิลออก ในวัยแค่หกขวบเศษๆ ทั้งๆที่พยายามประคับประคอง ยึดยื้อมาเป็นเวลานาน แต่หากนานกว่านี้คงไม่ดีแน่ เหตุเพราะเวลานอนหลับไม่สนิท กรนหนักตลอดเวลา แถมพ่วงด้วยหยุดหายใจอีกตะหาก (คืนๆนึงตั้ง 6 ถึง 7 ครั้งแน่ะ) คุณหมอบอกว่าขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คุณภาพชีวิตของลูกจะตกต่ำ สมาธิสั้น (คิดว่าตอนนี้ก็คงจะอยู่ในข่ายนี้ไปแล้ว) และอื่นๆ อีกสารพัดที่ล้วนแล้วแต่น่าตกใจทั้งนั้น
ตอนแรกคุณแม่ซื่อบื้อเยี่ยงเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกนอนกรนหนักถึงขนาดหยุดหายใจ กว่าจะสำเหนียกได้ก็ตอนที่คลอดแสบน้องออกมา ต้องตื่นให้นมทั้งคืนเลยเห็นว่าแสบพี่กรนหนักมากบางครั้งก็หยุดหายใจปเฉยๆ แรกๆถึงกับไม่กล้าหลับ ร้องให้ทุกวันเพราะกลัวลูกจะเป็นอะไร สงสารลูกมาก คอยพลิกตัวให้ทั้งคืนเพื่อหาท่านอนที่ทำให้กรนน้อยที่สุด เป็นอย่างนี้มาตลอด 2 ปี เคยไปเข้ารับการตรวจเช็คการนอนหลับเมื่อปีที่แล้ว ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด คุณหมอแนะนำให้ตัดออกซะ แต่ด้วยความเป็นแม่ ทำให้ไม่อยากเสี่ยง กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมดจำต้องปฏิเสธไป ให้ความหวังกับตัวเองไปวันๆ ว่าถ้าลูกโตขึ้นก็จะดีขึ้นเอง ถ่วงเวลามาเกือบปีก็ไม่มีสัญญาณที่ดีเลย คุณสามีทนไม่ไหวเลยลากไปหาคุณหมอใหม่อีกครั้ง สุดท้ายท้ายสุดก็จนแก่เหตุและผลด้วยประการทั้งปวง จำต้องเซ็นอนุญาต ลำบากใจอยู่ต้ังนานว่าจะกล่อมแกมบังคับลูกยังไงให้ยอม คิดมุก หาลูกล่อลูกชน อยู่ตั้งหลายวัน เอาเข้าจริงๆ เจ้าตัวกลับไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลอะไรมากมาย แถมยังปากดีเร้าๆ ให้ถึงวันที่คุณหมอนัดไวๆ งงค่ะงง เลยเรียกมาไขข้อข้องใจว่าทำไมกระเหี้ยนกระหือรือนัก ไม่รู้ว่าจะน่าขำหรือน่าฆ่าดี กับคำตอบที่ว่า คุณหมอบอกว่าถ้าผ่าตัดเสร็จแล้ว จะได้กินไอติมและก็ของเย็นๆทุกอย่างที่ไม่เคยได้กินมาตั้งนาน เพราะกินทีไรไม่สบายทุกครั้ง ทำให้ยิ่งกรนหนักและหยุดหายใจบ่อยขึ้นไปอีก โถๆๆๆๆๆ เด็กหนอเด็กจะรู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
เวลาทำมาคาฮองตอนกลางคืนทีไร มาคาฮองที่ได้เป็นต้องย่ำแย่ทุกครั้งไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะง่วงนอนรีบร้อนเอาออกจากเตาเร็วไป เลยทำให้หน้าเหี่ยวเฉาเยี่ยงนี้ แอบเซ็งมากๆ ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าทำขั้นตอนไหนพลาดไปเน้อ
เวลาทำมาคาฮองตอนกลางคืนทีไร มาคาฮองที่ได้เป็นต้องย่ำแย่ทุกครั้งไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะง่วงนอนรีบร้อนเอาออกจากเตาเร็วไป เลยทำให้หน้าเหี่ยวเฉาเยี่ยงนี้ แอบเซ็งมากๆ ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าทำขั้นตอนไหนพลาดไปเน้อ
มาคาฮองสีแดงอมม่วง (เปลือก)
ไข่ขาว 50 กรัม (ทิ้งไว้นอกตู้เย็น 2 วัน)
น้ำตาลทราย 15 กรัม
อัลมอนด์สไลด์หรือป่น 70 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
สีผสมอาหาร 1/2 ช้อนชา
(พยายามใช้สีผงจะได้ไม่ไปเพิ่มความชื้นให้มาคาฮอง วันนี้โปรยสีแดงอมม่วงลงไป)
วิธีทำ
จัดการนำกระดาษซิลิโคนรองอบปูบนถาดอบเอาไว้ ติดหัวบีบแบบกลมไว้ในถุงบีบรอไว้
นำอัลมอนด์ปั่นรวมกับน้ำตาลไอซิ่งจนละเอียด ร่อน 2 ครั้ง ผิวของมาคาฮองจะได้เนียน
นำไข่ขาวใส่ในชามแห้ง ไร้คราบไขมัน ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองละเอียดเล็กๆ ทะยอยใส่น้ำตาลลงไป ตีให้ตั้งยอดอ่อน เติมสีผงลงไป ตีต่อให้สีพอสม่ำเสมอ อย่าตีให้ไข่ขาวตั้งยอดเลยยอดกลาง เดี๋ยวมาคาฮองจะเหนียวหนึบ
จากนั้นแบ่งส่วนของอัลมอนด์เป็นสามส่วน ทะยอยลงไปตะล่อมให้เข้ากัน เสร็จแล็วก็ตักใส่ถุงบีบที่เตรียมไว้ บีบหยอดลงบนถาด (ส่วนใหญ่มืออาชีพเค้าจะวาดรูปวงกลมตามขนาดมาคาฮองที่ต้องการเอาไว้ จะได้ง่ายต่อการหยอด แต่เราขี้เกียจจัด บีบไปเลยตามมีตามเกิด เล็กบ้างใหญ่บ้าง กะน้ำหนักมือเอา) บีบหยอดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เพราะเดี๋ยวมันจะแผ่ออกอีกนิด จับถาดกระแทกแรงๆ ซักสองสามครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศในมาคาฮองออก อบออกมาแล้วจะได้ไม่ปูดๆ กลวงๆ หลังจากนี้ก็พักผิวหน้าของมาคาฮองให้แห้ง แบบที่เวลาเอานิ้วไปแตะแล้วไม่ติดนิ้วขึ้นมา (อันนี้สำคัญมาก เพราะมาคาฮองจะได้มีกะโปรงที่สวยงาม หน้าไม่แตกยับเยิน) เวลาที่พักผิวก็ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วแต่สภาวะความชื้นในอากาศ แล้วค่อยเปิดเตาอบที่ 150 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว รอให้ความร้อนทั่วถึงประมาณ 10 นาที แล้วค่อยนำถาดมาคาฮองเข้าเตาอบ วางถาดไว้ชั้นบนสุดให้ห่างความร้อนมากที่สุด จะช่วยให้ผิวหน้าของมาคาฮองไม่แตก อบประมาณ 12-15 นาที (อันนี้แล้วแต่เตาอีกเช่นเคย แนะนำให้นั่งเฝ้าอีกแล้ว ถ้าทำมากกว่าหนึ่งถาดก็ทะยอยอบเอา เคยอบพร้อมกันแล้วเจ๊ง)
เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นค่อยแกะออก เลือกเอาไซส์ใกล้เคียงมาประกบกันจะได้แลดูมืออาชีพ สุดท้ายจัดการใส่ใส้
ใส้ไวท์ช็อคโกแลตราสเบอร์รี่ครีมชีส
ไวท์ช็อคโกแลต 50 กรัม
ครีมชีส 50 กรัม
ราสเบอร์รี่เพียวเร่ 10 มล.
วิธีทำ
พักครีมชีสที่อุณหภูมิห้องให้นิ่ม
ละลายไวท์ช็อคโกแลตด้วยการนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที นำออกมาคนให้เนียน ใส่ครีมชีสและราสเบอร์รี่เพียวเร่ลงไป คนให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ จัดการใส่ใส้ให้มาคาฮอง
ส่วนตกแต่ง
ราสเบอร์รี่สด
ดาร์คช็อคโกแลต
น้ำตาลเม็ดสีทอง
วิธีทำ
บีบใส้ลงบนเปลือกมาคาฮอง วางราสเบอร์รี่ลงไป ประกบคู่มาคาฮอง
ละลายดาร์คช็อคโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที นำออกมาคนให้เนียน ตักใส่ถุง บีบตกแต่งบนมาคาฮอง แล้วจัดการวางน้ำตาลเม็ดให้สวยงาม
ป้ายกำกับ:
Macarons mania,
Pretty little things
2011/06/09
Cherry blossoms cupcakes, my first play with fondant
ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบชีวิตการทำขนม ที่อาจหาญต่อกรกับเจ้าวัตถุสีขาวๆ มีคุณสมบัติยึดได้หดได้ตามใจต้องการ จะแปลงร่างให้มันพิสดารอย่างไรก็ได้ แถมยังเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบอีกตะหาก ในอดีตที่ผ่านมาไม่คิดที่จะลองทำเลย ก็เพราะดันประเมินความสามารถตัวเองต่ำไปนิด (คือไม่มีฝีมือในการเสกสรรปั้นแต่งใดๆทั้งสิ้น ว่างั้น) แถมยังไม่ค่อยจะมีคนชอบทานฟอนแดนท์ซักเท่าไหร่ ก็เนื้อสมผัสมันแปลกๆ แถมหวานมากอีกตะหาก ก็จะไม่ให้มันหวานได้ยังไง ในเมื่อมีทั้งมาร์ชมาลโลว์ และก็น้ำตาลไอซิ่งเป็นทั้งพระเอกและนางเอกขนาดนี้
แต่กฎย่อมมีไว้แหกทุกอย่างมีข้อยกเว้น ก็คนมันใจง่ายนี่นา ดันเห็นหน้าปกหนังสือเล่มหนึ่งเข้าในโลกออนไลน์แล้วเกิดอาการหลงไหลได้ปลื้มอย่าแรง มันทั้งสวย น่ารักน่าทะนุถนอมมากๆ เป็นรูปเค้กชิ้นเล็กๆ สีชมพูหวาน มีดอกซากุระเล็กๆ ประดับโก้ๆ อยู่ด้านบน นั่งมอง นอนมอง จดๆจ้องๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไร้สติอยู่นานสองนาน จนคุณสามีนึกว่าฝันหวานถึงหนุ่มอื่น ส่งสายตาที่มีแต่เครื่องหมายคำถามมาให้ ไม่เป็นไรอย่าได้แคร์ เพราะเรามิได้ทำอะไรผิดนี่นาเนอะ
อย่างงี้ต้องหาข้อมูลกันยกใหญ่มาก ทุกอย่างเป็นไปได้แค่ปลายนิ้วจิ้ม เริ่มที่วิธีทำฟอนแดนท์ที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เทคนิคการทำดอกซากุระอันงามงด แต่สิ่งที่หาไม่ได้โลกออนไลน์ก็คือจะเอาอะไรในบ้านมาประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์ในการขึ้นรูปฟอนแดนท์กันดี ก็คนมันไม่อยากซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับแต่งองค์ทรงเครื่องฟอนแดนท์นี่นา มันชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่มีที่จะเก็บ (แค่เท่าที่มีอยู่ก็มากพอที่คุณแม่บ้านจะหาที่เก็บให้ไม่ไหว บางอันยังไม่เคยใช้ ซื้อมาเก็บไว้ก่อน แต่ดันหาไม่เจอซะงั้น) หาแทบตายสุดท้ายก็ได้ ไม้จิ้มลูกชิ้น ดรอปเปอร์สำหรับหยอดยาให้ลูก มีดที่ใช้ทำกับข้าวทุกวัน กรรไกรเก่าๆ พู่กัน พิมพ์คัพเค้กขนาดเล็ก และสุดท้ายก็ทิชชู่ เอาน่าไม่ลองไม่รู้ของแบบนี้ ไม่อยากบอกว่ามันได้ผลลัพธ์ที่ดีเลิศมาก
หากใครคิดจะทำฟอนแดนท์ไว้ใช้ต้องทำทิ้งไว้ข้ามวันถึงจะเอามาใช้ได้ ยังไม่พอหลังจากขึ้นรูปเสร็จก็ต้องผึ่งให้แห้งก่อนที่จะมาลงสี เสียเวลาไปเกือบสองวันเชียว แต่ผลที่ได้ถือว่าคุ้มค่าการรอคอย
มาร์ชมาลโลว์ฟอนแดนท์
มาร์ชมาลโลว์ 110 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 250 กรัม
น้ำสะอาด 2 ช้อนชา
เนยขาว 1/8 ถ้วยตวง (เผื่อทาบนโต๊ะที่จะนวด และมืออีกนิดหน่อย)
วิธีทำ
นำมาร์ชมาลโลว์ และน้ำใส่ชามเข้าไมโครเวฟประมาณ 30-40 วินาที นำออกมาคนให้เข้ากัน หากต้องการใส่สีก็สามารถผสมสีลงไปในขั้นตอนนี้ได้เลย
ใช้พายยางกวาดเทมาร์ชมาลโลว์ลงบนโต๊ะที่ทาด้วยเนยขาวเอาไว้ ทามือให้ทั่วด้วยเนยขาว เทไอซิ่ง และเนยขาวลงไป ลงมือนวดจนฟอนแดนท์เนียนไม่ติดโต๊ะและมือ ถ้าฟอนแดนท์ยังเหนียวติดมือใหทะยอยเพิ่มไอซิ่งทีละน้อย นวดต่อจนเนียน แต่ถ้ฟอนแดนท์แห้งเกินไปแบบว่าดึงแล้วขาดง่ายก็ให้เติมน้ำสะอาดลงไปทีละครึ่งช้อนชา แล้วนวดต่อจนเนียน
จากนั้นใช้พลาสติกแรปห่อฟอนแดนท์ที่ได้ให้มิดชิด นำใส่ถุงซิปล็อคอีกชั้น ป้องกันไม่ให้มันแห้ง แล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็นข้ามคืน ก่อนนำมาใช้ให้นวดก่อนเพื่อให้คลายตัว จากนั้นก็นำมาขึ้นรูปตามต้องการ หากต้องการฟอนแดนท์หลากหลายสีก็ทำได้โดยการแบ่งฟอนแดนท์ออกมาล้วผสมสีที่ต้องการลงไ นวดให้สีเข้ากันดีกับฟอนแดนท์ ระหว่างรอใช้งานให้ใช้พลาสติกแรปห่อฟอนแดนท์ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้มันแห้ง
ฟอนแดนท์สีขาว
ฟอนแดนท์สีชมพูเล็กน้อยสำหรับทำเกสร
สีผงสีชมพู
พู่กันเล็กสำหรับทาสี, ไม้ปลายแหลม, ดรอปเปอร์สำหรับหยอดยา, มีด, กรรไกร, พิมพ์คัพเค้กขนาดเล็ก และทิชชู่
วิธีทำ
เตรียมทำที่ผึ่งฟอนแดนท์รูปดอกซากุระโดยใช้ม้วนทิชชู่เป็นวงกลมให้มีรูตรงกลางคล้ายโดนัทลงในพิมพ์คัพคัพเค้กขนาดเล็ก ปั้นฟอนแดนท์สีขาวเป็นก้อนทรงหยดน้ำ ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มให้เป็นรูตรงกลาง
ใช้มีดบากให้เป็นรอยกลีบดอก 5 กลีบ ใช้กรรไกรตัดให้เป็นกลีบแยกออกมา แต่ไม่ให้ขาดออกจากขั้ว
ใช้มือจัดแต่งให้กลีบดอกกลมมน ใช้ส่วนที่โค้งมนของดรอปเปอร์กดกลีบดอกแต่ละกลีบให้แบนลงกับเล็บนิ้วโป้ง
จากนั้นใช้กรรไกรตัดปลายกลีบดอกแต่ละกลีบออกเป็นแฉก 2 แฉก
แล้วใช้ส่วนที่โค้งมนของดรอปเปอร์กดปลายกลีบดอกให้ดูพริ้วบาง กดตรงกลางดอกให้บุ๋มลงเล็กน้อยเพื่อใส่เกสร
ปั้นฟอนแดนท์สีชมพูให้เป็นลูกลมๆ ขนาดเล็กสำหรับเป็นเกสร
นำเกสรติดลงไปตรงกลางดอกโดยใช้น้ำสะอาดเล็กน้อยทาลงบนส่วนที่ต้องการจะติดเกสรเพื่อทำหน้าที่เหมือนกาวช่วยยึด นำดอกซากุระที่ได้วางลงบนที่ผึ่งที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้แห้ง
นำฟอนแดนท์รูปดอกซากุระที่แห้งแล้วมาแต่งสีเพิ่มด้วยการนำพู่กันป้ายสีผงสีชมพูเล็กน้อย มาปัดตกแต่งตรงกลางดอกให้สวยงาม นำไปแต่งสวยได้ตามสะดวก
สปันจ์เค้กวานิลลา
แป้งเค้ก 55 กรัม
แป้งข้าวโพด 5 กรัม
น้ำตาล 55 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 2 3 ฟอง (แยกไข่แดง-ขาว ถ้าเป็นเบอร์ 1 2 ฟองก็พอค่ะ)
เนย 10 กรัม
นม 10 มล.
น้ำมัน 10 มล.
วานิลลา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
เตรียมถ้วยคัพเค้กเรียงใส่ในพิมพ์
ร่อนแป้งทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส
นำไข่ขาวใส่ในชามสแตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองหยาบ ทะยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดกลาง ใส่ไข่แดงทีละฟองตีให้เข้ากัน
ทะยอยเติมแป้งลงไป ตะล่อมให้เข้ากันดี เทน้ำมันใส่ชามอีกใบ นำนมกับเนยเข้าไมโครเวฟนาน 20 วินาที แล้วนำมาเทผสมกับน้ำมัน คนให้เข้ากัน จากนั้นแบ่งหนึ่งในสามของส่วนผสมของไข่กับแป้งมาตะล่อมกับส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันให้เข้ากันดี แล้วจึงเทกลับไปผสมกับส่วนผสมของไข่กับแป้งที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่พิมพ์คัพเค้กขนาดมาตรฐาน นำเข้าเตาอบนานประมาณ 8-10 นาที นำออกมาพักรอให้เย็นแล้วค่อยนำออกจากพิมพ์
* การที่ทำให้ส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันอุ่นขึ้น จะช่วยให้ผสมเข้ากับส่วนผสมของไข่กับแป้งได้ดีขึ้น ไม่ต้องไปอยู่ก้นพิมพ์แล้วทำให้เค้กด้านล่างแข็งเป็นไต นอกจากนี้การแบ่งส่วนของแป้งกับไข่มาผสมกับส่วนของนม เนย และน้ำมัน ก็มีส่วนช่วยให้ผสมได้ง่ายเช่นเดียวกัน*
ไอซิ่งเกลซ
ฟอนแดนท์สีขาว 150 กรัม
น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
สีชมพูนิดหน่อย
วีธีทำ
นำฟอนแดนท์และน้ำใส่ชามเข้าไมโครเวฟนาน 30-40 วินาที นำออกมาคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เติมสีลงไปคนให้เนียนเข้ากัน ใช้สำหรับราดบนหน้าคัพเค้ก
ส่วนตกแต่ง
ราสเบอร์รีเพียวเร่
ไอซิ่งเกลซ
ฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ
วิธีทำ
ใช้แปรงทาราสเบอร์รีเพียวเร่ลงบนหน้าคัพเค้กให้ชุ่มจะได้มีรสเปรี้ยวตัดหวานของตัวไอซิ่งเกลซ และฟอนแดนท์
นำไอซิ่งเกลซราดลงบนหน้าคัพคัพเค้ก แต่งหน้าด้วยฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ พร้อมเสริฟ
นำไอซิ่งเกลซราดลงบนหน้าคัพคัพเค้ก แต่งหน้าด้วยฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ พร้อมเสริฟ
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า
ป้ายกำกับ:
Fondant and icing,
Pretty little things
2011/05/13
Irresistible apricot macarons
ไอ้นู้นก็อยากทำ ไอ้นี่ก็น่าทำ เลือกไม่ถูกอยู่ตั้งนานกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะทำอะไรดี ทำแอปริคอทมาคาฮองแล้วกัน เพราะว่ามีไข่ขาวที่เหลือจากที่ทำเค้กใบเตยเมื่อสองวันก่อน (เหมาะแก่การทำมาคาฮองเป็นที่สุด เค้าว่ากันว่าไข่ขาวที่จะใช้ทำมาคาฮอง ต้องทิ้งเอาไว้นอกตู้เย็นตั้งสองวันแน่ะ ความชื้นในไข่ขาวถึงกำลังดี ทำให้มาคาฮองที่ได้หน้าไม่แตก กะโปรงบานสวยเช้งเหมือนมาริลีน มอนโร) และก็แอบไปสอยแยมแอปริคอทมาเก็บไว้ตั้งสองขวด (ไม่ได้ชอบเป็นการส่วนตัวนะ แต่เพราะว่ามันซื้อสองชิ้นแล้วถูกลงเยอะ งกอ่ะค่า)
สวรรค์จะเข้าข้างอะไรปานนั้น วันนี้ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาส่งกะ (ไล่ลูกไปอยู่กับคุณสามี ปกติก็ประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป) ก็มีผู้มาโปรดซึ่งก็คือแม่ของคุณสามีและก็พี่ชายกับพี่สะใภ้ของคุณสามี มารับเอาแสบคนพี่ไปเที่ยวเมืองกรุง สบายละซีทีนี้ รีบแจ้นลงไปบรรเลงด่วน ไม่ลืมถ่ายรูปเก็บไว้นะครั้งนี้ เสร็จแล้วก็บึ่งมาอัพบล็อค แล้วก็อารมณ์เสียอย่างแรง เพราะเข้าบล็อคไม่ได้ รอ ร๊อ รอ มันทั้งวันก็ไม่สำริดผล ถอดใจ ไว้พรุ่งนี้ก็ได้ ก็อย่างที่ใครๆเค้าว่ากัน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น จัดหนักไปเลย
![]() |
| การันตีความอร่อย |
มาคาฮอง (เปลือก)
ไข่ขาว 50 กรัม (ทิ้งไว้นอกตู้เย็น 2 วัน)
น้ำตาลทราย 15 กรัม
อัลมอนด์สไลด์หรือป่น 70 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
สีผสมอาหาร 1/8 ช้อนชา
(เราใช้สีผงอ่ะ เพราะไม่อยากไปเพิ่มความชื้นให้มาคาฮอง วันนี้สาดสีส้มปรี๊ดลงไป)
วิธีทำ
จัดการนำกระดาษซิลิโคนรองอบปูบนถาดอบเอาไว้ ติดหัวบีบแบบกลมไว้ในถุงบีบรอเลยค่า
นำอัลมอนด์ปั่นรวมกับน้ำตาลไอซิ่งจนละเอียด ร่อน 2 ครั้ง (ทำให้ผิวของมาคาฮองเนียนน่าลูบไล้ เหอ เหอ เหอ เพ้อเจ้ออีกแระ) พักไว้
นำไข่ขาวใส่ในชามแห้ง ไร้คราบไขมัน (แบบว่าน้องไข่ขาวเค้าออนไดเอตตลอดเวลา ไม่งั้นเดี๋ยวตีแล้วไม่ขึ้นไม่รู้ด้วย) ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองละเอียดเล็กๆ ทะยอยใส่น้ำตาลลงไป ตีให้ตั้งยอดอ่อน เติมสีผงลงไป ตีต่อให้สีพอสม่ำเสมอ (อย่าตีให้ไข่ขาวตั้งยอดเลยยอดกลางนะเดี๋ยวมาคาฮองที่ได้จะเหนียว เคี้ยวแล้วฟันปลอมหลุด)
จากนั้นแบ่งส่วนของอัลมอนด์เป็นสามส่วน ทะยอยลงไปตะล่อมให้เข้ากัน (ใจเย็นนิด) เสร็จแล็วก็เอาใส่ถุงบีบที่เตรียมไว้ บีบหยอดลงบนถาด (ส่วนใหญ่มืออาชีพเค้าจะวาดรูปวงกลมตามขนาดมาคาฮองที่ต้องการเอาไว้ จะได้ง่ายต่อการหยอด แต่เราขี้เกียจจัด บีบไปเลยตามมีตามเกิด เล็กบ้างใหญ่บ้าง กะน้ำหนักมือเอา) บีบหยอดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เพราะเดี๋ยวมันจะแผ่ออกอีกนิด จับถาดกระแทกแรงๆ ซักสองสามครั้ง (ที่ของเราจับโยนโครม เหอ เหอ เหอ)เพื่อไล่ฟองอากาศในมาคาฮองออก อบออกมาแล้วจะได้ไม่ปูดๆ กลวงๆ
หลังจากนี้ต้องรอนะค้า รอมันลูกเดียว รอให้ผิวหน้าของมาคาฮองแห้ง แบบที่เวลาเอานิ้วไปแตะแล้วไม่ติดนิ้วขึ้นมา (อันนี้สำคัญมาก เพราะมาคาฮองจะได้มีกะโปรงที่สวยงาม หน้าไม่แตกยับเยิน) เวลาที่พักผิวก็ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วแต่สภาวะความชื้นในอากาศ แล้วค่อยเปิดเตาอบที่ 150 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว รอให้ความร้อนทั่วถึงประมาณ 10 นาที แล้วค่อยนำถาดมาคาฮองเข้าเตาอบ วางถาดไว้ชั้นบนสุดให้ห่างความร้อนมากที่สุด จะช่วยให้ผิวหน้าของมาคาฮองไม่แตก อบประมาณ 12-15 นาที (อันนี้แล้วแต่เตาอีกเช่นเคย แนะนำให้นั่งเฝ้าอีกแล้ว ถ้าทำมากกว่าหนึ่งถาดก็ทะยอยอบเอา เคยอบพร้อมกันแล้วเจ๊ง)
เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นค่อยแกะออก เลือกเอาไซส์ใกล้เคียงมาประกบกันจะได้แลดูมืออาชีพ สุดท้ายจัดการใส่ใส้ (วันนี้ไม่ต้องทำไรมาก เพราะใช้แยมสำเร็จรูปค่า) เป็นอันพร้อมจ้วง
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า
ป้ายกำกับ:
Macarons mania,
Pretty little things
Subscribe to:
Posts (Atom)
























