Showing posts with label Fruits in cake. Show all posts
Showing posts with label Fruits in cake. Show all posts

2012/09/01

Creamcheese pound cake with homemade cardamom orange marmalade

 
อาทิตย์ก่อนลงมือกวนมาร์มาเลดส้มไปแอบใส่ลูกกระวานลงไปเพื่อทดสอบความเข้ากันได้ ผลปรากฏว่ากลิ่นส้มกลบกลิ่นของลูกกระวานหมด ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ไม่ได้ใส่ลูกกระวานเลย ทำเสร็จรอให้อุ่นนิดๆ ก็บรรจุใส่ขวดโหลตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าว ไปๆ มาๆ กลับมาเช็คสต็อคอีกที พบว่าพร่องไปกว่าครึ่ง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่พากันเปิดไห (อุ๊ย ขวดโหล) คว้านเอาไปปาดหน้าขนมปังปิ้งกันเกือบทุกวันแบบไม่น่าเชื่อ เพราะรสชาดมันไม่ได้แค่หวานๆ เปรี้ยวๆ แต่มันขมด้วยนะซิ
 
 
เห็นจากอัตราการบริโภคแล้วคาดว่าหากยังยังวางทิ้งไว้ที่เดิมอยู่อย่างเก่า อจจะไม่มีโอกาสเอาเจ้าสิ่งนี้ไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้ เลยจัดการใช้เวลาว่างวันหยุดอันน้อยนิด แต่ตารางแน่นเอี๊ยด แปลงร่างมันแบบง่ายๆ รีบๆ ซะหน่อย ลงตั๊วลงตัวที่ เค้กปอนด์ครีมชีสแบบหยอดหน้าด้วยมาร์มาเลดที่เข้ากั๊นเข้ากัน อร่อยทั้งแบบอบแล้วทานทันที หรือแช่เย็นทิ้งไว้ข้ามคืนให้เนื้อเค้กแน่นๆ แล้วค่อยทานก็ได้ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่จริตของผู้บริโภค
 
 
 
 
มาร์มาเลดส้มกับลูกกระวาน
ส้มเนเวล         4 ลูก
น้ำสะอาด        4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย   3 ถ้วยตวง
ลูกกระวาน      2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว        4 ลูก
เกลือนิดหน่อย
วิธีทำ
ล้างส้มให้สะอาด ผ่าครึ่งแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงในหม้อเคลือบ เติมน้ำสะอาด น้ำตาล และเกลือลงไป นำไปต้มให้เดือดอย่างน้อย 10 นาที นำลงจากเตา ปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืน
วันต่อมา ใส่ลูกกระวาน และบีบน้ำมะนาว ลงในหม้อที่ต้มส้มเอาไว้ นำขึ้นเคี่ยวโดยใช้ไฟอ่อนจนส่วนผสมลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง ระหว่างที่เคี่ยวต้องคอยช้อนฟองออกทิ้ง ใช้เวลาเคี่ยวรวมแล้วประมาณ 2 1/2 ชั่วโมง พักไว้ให้พออุ่น นำใส่ลงในขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนๆ  
 
 

เค้กปอนด์ครีมชีส
แป้งเค้ก                                 1 ถ้วยตวง
เนยจืด                               115 กรัม
ครีมชีส                                 75 กรัม
ไข่ไก่                                     2 ฟอง
น้ำตาลทราย                       3/4 ถ้วยตวง
เกลือ                                     1 ช้อนชา
เหล้าส้ม                                1 ช้อนโต๊ะ
มาร์มาเลดส้มกับลูกกระวาน  4 ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ
หั่นครีมชีสเป็นก้อนเล็กๆ พักไว้ให้นิ่มที่อุณหภูมิห้อง  เตรียมพิมพ์ที่จะใช้อบ โดยการทาเนยให้ทั่วพิมพ์ เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่างทิ้งไว้ นำเนยจืดออกมาตัดเป็นก้อนเล็กๆ พักไว้แค่พอให้หายเย็นจัด ร่อนแป้งพักไว้ จากนั้นตอกไข่ไก่ใส่ในชามตีให้พอแตกเข้ากัน ใส่เหล้าส้มลงไปคนให้เข้ากันพักไว้
นำครีมชีสที่นิ่มแล้วใส่ลงไปในชามผสม หย่อนเกลือลงไป ใช้เครื่องตีแบบมือถือตีให้เนียน ทะยอยใส่เนยลงไปตีให้เนียนเข้ากัน ใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละนิด ตีต่อจนขึ้นฟู ค่อยๆ รินไข่ลงไปลงไปครั้งละ 1/4 ส่วน ตีให้ไข่เข้ากันกับส่วนผสมของเนยและชีสก่อนที่จะใส่ไข่ส่วนต่อไปจนหมดส่วนไข่
แบ่งแป้งครึ่งนึงใส่ลงไปในส่วนผสมของไข่ เนย และครีมชีส ค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากันก่อนใส่แป้งส่วนที่เหลือ ตะล่อมจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียว เทใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้กะให้ส่วนผสมแค่ประมาณ 3/4 ของพิมพ์ กระแทกพิมพ์สัก 3-4 ครั้ง เพื่อเป็นการไล่อากาศออก หยอดหน้าด้วยมาร์มาเลดส้ม นำเข้าเตาอบประมาณ 25 นาที สำหรับพิมพ์ขนาดเล็กหลายพิมพ์  ส่วนพิมพ์ขนาดใหญ่ก็ประมาณ 45  นาที เมื่อเค้กสุกแล้ว นำออกมาพักไว้โดยทิ้งไว้ในพิมพ์จนเค้กอุ่นๆ จึงค่อยนำเค้กออกมา หากชอบเค้กนุ่ม ฟู แนะนำให้ตักทานเลย แต่ถ้าหากใครชอบแบบเนื้อแน่นให้รอให้ขนมเย็นสนิท แล้วค่อยนำใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิทแช่ตู้เย็นข้ามคืน รับรองอร่อยแน่ค่า
 
 
 
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า



2012/04/22

Summer time begins with mango-coconut milk creme chiboust layered delight


สัญญาณอีกอย่างนึงที่บ่งว่าหน้าร้อนที่บ้านเราเข้ามาเยือนแล้วนั่นก็คือไม่ว่าจะหันทางซ้ายก็เห็นแม่ค้าขายมะม่วงสุก เบือนหนีไปทางขวาก็ยังคงเจอแม่ค้าจัดกระจาดมะม่วงสุก ขนาดที่ว่าอุตส่าห์แหงนหน้าหนีขึ้นฟ้าก็ไม่พ้นเห็นมะม่วงสุกที่ยังไม่ได้สอยลงจากต้นอยู่ดี มองไปทางไหนก็เหลืองนวลตาไปซะหมด มีทั้งอกร่อง น้ำดอกไม้ เขียวเสวย โชคอนันต์ และอื่นๆ ที่ไม่ทราบสายพันธ์ุอีกนับไม่ถ้วน เมนูยอดฮิตในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นข้าวเหนียวมะม่วง ที่กล้าพนัันได้เลยว่าไม่มีครัวเรือนใดที่พลาดโอกาสบริโภคเมนูนี้ไปเป็นแน่แท้
ยิ่งที่บ้านมีต้นมะม่วงเองยิ่งหนักใหญ่ กินมันได้ทุกวันด้วยความเสียดาย จนตอนนี้ตัวเปลี่ยนสีไปใกล้เคียงสีของมะม่วงอยู่แล้ว แหม๊ก็ลูกมะม่วงมันขยันสุกได้สุกดี สุกมันทุกวัน วันละสิบๆ ลูก ครั้นจะเอาไปขายก็ไม่สันทัดซะด้วย เลยต้องหาวิธีกินแบบใหม่ให้มันคล่องคอยิ่งขึ้น
ผู้บริโภคหลักของเมนูใหม่ที่จะคิดประดิดขึ้นนี้ส่วนใหญ่สูงวัยและไม่โปรดครีมเลี่ยนๆ อันได้แก่พ่อแม่สามีและบรรดาเครือญาติ แต่ศรีสะใภ้ได้โล่เยี่ยงเราดันอยากจะทำเค้ก เลยต้องทำการบ้านหนักหน่อยว่าจะให้มันออกมารูปแบบไหนดี ที่ทั้งเว่อร์ เยอะ และอร่อย

2011/10/10

B is for "Banana choco caramel mousse cake"


อีกแล้วอ่า กล้วยจริงกล้วยจัง เปล่าชอบน้าแต่กลัวมันเน่าเลยต้องเอาไปเล่นแร่แปรธาตุอีกแล้ว หมดปัญญาสร้างสรรค์แล้ว เอาแบบสามัญที่คนนิยมกินกันดีกว่าง่ายดี พูดไปแหม่บๆ ว่าง่ายสุดท้ายก็ตกม้าตายตอนจบอีกละ ตั้งใจจะใช้กานาซช็อคโกแลต ราดหน้าให้เงาวิ้งงงงง ซะหน่อย แต่ดันขี้เกียจและมัธยัสถ์เลยจัดการเอากานาซช็อคโกแลตในตู้เย็นที่เหลือจากการทำฟองดูให้ลูกเล็กเด็กแดงมาอุ่นในไมโครเวฟ คุยกะไมโครเวฟไม่รู้เรื่อง ให้ความร้อนเกินเวลาไปหน่อย พี่เค้าเลยสลัดน้ำมันออกมา คนยังไงก็ไม่เนียน ก็ยังดันทุรังเอาไปราดบนเค้กอีก สมใจเลยทีนี้ พอมันเย็นตัวลงเลยได้ลายหินอ่อนไว้ดูต่างหน้า สมน้ำหน้าไอ้คนตระหนี่ไม่เข้าเรื่องเลยทีนี้

2011/09/07

Reloaded your health with supreme carrot cake


เอาใจคนรักสุขภาพแต่ไม่สามารถตัดขาดขนมหวานได้ ด้วยเมนูสุขภาพคับชิ้น ที่ทำง่ายแสนง่ายดายแค่พลิกฝ่ามือ แครอทเค้กแบบที่ไม่ได้มีแต่แครอทแต่ครบเครื่องไปด้วย ถั่วพีแคน กีวีอบแห้ง ลูกเกด กล้วยหอม ช็อคโกแลตชิพ ชูกลิ่นด้วยอบเชยป่นที่ฝาหรั่งมังค่าเค้าเรียกว่าซินนามอน ปาดหน้าด้วยครีมชีสฟรอสติ้ง อืมมมมม ฉ่ำ นุ่ม ชุ่ม และอ้วนนนนนน (แล้วมันสุขภาพตรงไหนเนี่ย)

2011/09/04

Banana chiffon cake with berries and almond


สวัสดีเดือนกันยา เผลอแป๊บๆ ปาเข้าไปเกือบสิ้นปีซะแล้ว วันๆ ผ่านไปเร็วเหมือนติดปีกเอามากๆ โดยเฉพาะช่วงที่ง่วนๆ ทำขนม ไม่น่าเชื่อว่าตัดสายสะดือคลอดบล็อคออกมาได้ตั้ง 4 เดือน มีบทความในคลังแสงถึง 50 บทความ บ่งบอกถึงความบ้าพลังสุดๆ แต่อย่าได้แคร์ ยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความถี่วันเว้นสองวัน

2011/06/17

Chicken farm baker's project #35 : Sweet enhancer ; Toasted banana crumb cake with coconut irish cream sauce


ทั้งๆที่ตั้งหน้าตั้งตารอสุดฤทธิ์กับเมล์ตอบรับเข้าเป็นสมาชิกฟาร์มไก่ แต่ยังไม่วายพลาดลืมเกาะติดกล่องรับข้อความไปถึง 4 วันเต็มๆ รู้สึกตะหงิดๆ เหมือนกิจวัตรในชีวิตประจำวันมันขาดๆ หายๆ ไปหนึ่งอย่าง แต่สมองเจ้ากรรมมันดันฝ่อก่อนวัยอันควร มันคิดไม่ออกซักทีว่าลืมอะไรไป จนกระทั่งกลางดึกของวันเกือบสิ้นเดือน หลังจากให้แสบพี่หัดอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง ส่งกูดไนท์คิสตบท้าย แล้วก็โบกมือบ้าย บาย หยอยๆ คุณสามีสุดที่เลิฟที่ทำตาละห้อยอยู่บนเตียง ล้มตัวลงนอนหันบั้นท้ายเท่ากะละมังให้ ตาปรือกำลังจะเข้าเฝ้าพระอินทร์อยู่รอมร่อ ก็เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า ไอ้ที่ว่าลืมนั้นมันก็คือลืมเช็คเมล์นั่นเอง สปริงตัวเด้งดึ๋งขึ้นจากเตียงด้วยความว่องไว คุณสามียิ้มน้อยยิ้มใหญ่นึกว่าศรีภรรยาจะเห็นใจจัดของขวัญชุดใหญ่ให้ เปล่าค่าเปล่า รีบจัดแจงเปิดโน๊ตบุคตะหาก กระดิกนิ้วสองสามทีก็ปรากฏเมล์ที่รอคอยจากเลขาของฟาร์มไก่ ตัวงี้ลอยแทบจะติดบนฝ้าเพดานขาดอีกแค่กระเบียดนิ้วเพราะน้ำหนักตัวเกินพิกัดอยู่ รีบตกลงตอบรับเป็นสมาชิกทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพิจารณา (ก็แค่เค้าตอบรับก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว ยังจะมาเล่นตัวพิรี้พิไรอีกก็ใช่ที่ เดี๋ยวเกิดเค้าเปลี่ยนใจเป็นได้หงายเหงือกกันพอดี)
ลนลานเข้าไปดูบล็อคคุณครูเค้าแจกการบ้านตั้งต่วันที่ 25 แล้ว แม่เจ้าโว้ยนี่มันก็ปาไปตั้งวันที่ 30 แล้ว จะทำเยี่ยงใดดี อกอีแป้นจะแตก ใจมันเต้นตุ๊มๆต่อมๆ ประสาทจะกินเอา โจทย์ที่ได้ก็น่ารักน่าทำ ตัวเค้กให้มีผลไม้อะไรก็ได้อยู่ด้วย ให้รับทานเข้าคู่กันกับซอสที่ต้องทำเอง เหมือนจะง่ายแต่ทำไมมันยากจัง แถมยังแอบนอยด์เล็กๆ ที่ดันเข้าไปอ่านกฎกติกามารยาทแล้วยังหัวขี้เลื่อยไม่เข้าใจอีกว่าเส้นตายส่งการบ้านเค้านับกันยังไง แล้วเราจะต้องส่งวันไหน เอาไงเอากันรีบปั่นการบ้านให้เร็วก่อนเป็นดี เสร็จก่อนแปะก่อน ชนะเลิศ (หุหุหุ เอาสีข้างคิดแทนสมอง เริ่ด)
ครั้งแรกทั้งทีคิดว่าจะจัดให้เต็ม จัดไป จัดให้หนัก แป่ววววว!!!! เอาเข้าจริงก็ต้องพับเมกกะโปรเจ็คที่วาดฝันไว้ คืนสู่สามัญดีกว่า วันพระที่ผ่านมาที่บ้านไหว้กล้วยน้ำว้าตั้ง 6 หวี ถ้าให้กินเฉยๆ ก็คงเอียนกันพอดี พี่ชายสามีเค้าเจ้ากี้เจ้าการเอาไปปิ้ง อร่อยแฮะ เลยปิ๊งไอเดียแบบเอสเอ็มอีตีแตก ขอแบ่งมาทำเป็นขนมส่งการบ้านซะเลย เป็นเค้กกล้วยปิ้ง  ที่พิเศษหน่อยด้วยการโรยหน้าด้วยอัลมอนด์ครัมป์ก่อนเข้าอบเพื่อที่เวลาเคี้ยวแล้วจะได้มีความกรุ่บกรอบ ส่วนซอสก็มีนั่งอยู่ในใจแล้วจะเคี่ยวกะทิกับน้ำตาลปี๊บแล้วหย่อน Baileys ลงไปให้มีกลิ่นอายของไอริชครีมแบบฝรั่งอยู่ด้วย
ปล. ต้องเอาตัวเลขโปรเจกต์ไปต่อยอดกะเจ้ามืองวดนี้ซะแล้ว ถือว่าเป็นเลขนำโชค (เหอ เหอ เหอ แหย่ขาหนึ่งข้างเข้าตารางซะแล้วเรา)

อัลมอนด์ครัมป์
แป้งอเนกประสงค์   50 กรัม
น้ำตาลทราย       50 กรัม
เนยสด            30 กรัม
อัลมอนด์          30 กรัม
เกลือ            1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในชามผสม
นำแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย อัลมอนด์ และเกลือ รวมใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน เทลงในชามผสมที่มีเนยอยู่ ใช้ส้อมตัดเนยกับแป้งให้เป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขนมปังป่น พักไว้ในตู้เย็น


เค้กกล้วยปิ้ง
แป้งอเนกประสงค์           75 กรัม
เนยสด                    50 กรัม
ไข่                         1 ฟอง
น้ำตาลทรายแดงป่น         50 กรัม
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ         50 กรัม
กล้วยน้ำว้าปิ้งหั่นเต๋า         2 ลูก
วานิลลา                   1/2 ช้อนชา
เกลือ                     1/8 ช้อนชา
ผงฟู                      1/4 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา               1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา เข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส รอไว้ (ในรูปส่วนผสมลืมไข่กับวานิลลาค่า)


ในชามเล็กใช้ส้อมคนไข่ วานิลลา และเกลือให้พอเข้ากัน ในชามสเตนเลสใช้เครื่องตีแบบมือถือตีเนยกับน้ำตาลทรายแดงให้ขึ้นฟู


ทะยอยใส่ส่วนของไข่ลงไปทีละนิด ตีเนียนให้เข้ากัน แบ่งแป้งออกเป็นสามส่วน โยเกิร์ตสองส่วน ใส่แป้งลงในส่วนผสมของเนยกับไข่ทีละส่วน ตะล่อมให้เข้ากันดีก่อนใส่โยเกิร์ต ทำสลับจนจบที่ส่วนผสมของแป้ง
  
เทใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยกล้วยที่หั่นไว้ ใช้ไม้พายกดพอให้จมลงในเนื้อเค้ก โปะหน้าด้วยอัลมอนด์ครัมป์ที่พักเอาไว้ในตู้เย็น นำเข้าเตาอบประมาณ 40 นาที หรือจนสุกเมื่อเอาไม้จิ้มแล้วไม่มีเศษขนมแฉะๆ ติดออกมาด้วยเป็นอันใช้ได้ 



 
ซอสกะทิไอริชครีม
น้ำตาลปี๊บ        50 กรัม
หัวกะทิ          100 กรัม
Baileys          1 ช้อนโต๊ะ
เนยสด           1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ           1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
นำน้ำตาลปี๊บ และเกลือใส่หม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนโดยไม่ต้องคนจนละลายกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน เทกะทิลงไป เคี่ยวให้ซอสข้นขึ้น ยกลงจากเตา เติมเนยสดลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้จนอุ่น เติม Baileys ลงไป คนให้เข้ากัน


ส่วนตกแต่ง
ซอสกะทิไอริชครีม
หัวกะทิ
วิธีทำ
ราดซอสบนจาน หยดหัวกะทิเป็นจุดเล็กๆ ใช้ปลายมีดลากให้เป็นรูปหัวใจ ตัดเค้กออกเป็นชิ้นตามชอบ วางลงบนซอส จัดการสำเร็จโทษในทันทีค่า


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/06/03

Banana yogurt cake, back to the basic


ไม่รู้ว่าใครกันน้าที่เป็นต้นคิดสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบถึงสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ว่าของกล้วยๆ แต่เอาเข้าจริงๆ พอมีกล้วยอยู่ในครอบครองแล้วบอกให้เปลี่ยนรูปมันหน่อย ไม่เห็นจะเป็นของกล้วยๆ อย่างที่เค้าว่ากันเลย โดยเฉพาะพ่อกล้วยหอมเนี่ย ถ้ามัวแต่รอพ่อก็งอมเหี่ยวกันพอดี (ไม่แค่เหี่ยวอย่างเดียวแถมดำด้วยตะหาก) ปวดตับอย่างแรง นึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดีก็ตอนนี้เซลล์สมองมันหดตัวเหลือเท่าเม็ดถั่วเขียว ความคิดมันไม่แล่น ป่วยการที่จะคิดประดิษฐ์ เล่นง่ายๆ เลือกทำของที่จิ๊บๆ สบายๆ ดีกว่า ไม่ต้องร่ายวิทยายุทธเยอะก็อร่อยๆ ได้ ก็เค้กกล้วยหอมใส่โยเกิร์ตไง ก๊อกๆแก๊กๆ สักครู่ก็ยกเข้าเตาอบ เป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่กวักมือหยอยๆเรียกให้ไปเป็นสมาชิกสมทบเล่นของเล่น หยิบโน่นลากนี่อยู่แป๊บๆ ก็ได้กลิ่นกล้วยหอมโชยออกมาจากห้องครัวโดยไม่ต้องไปเสียเวลาชะเง้อดู มีกูรูแนะนำว่าถ้าทิ้งเค้กกล้วยหอมไว้ข้ามคืนแล้วค่อยทานมันจะชุ่มฉ่ำและอร่อยเหาะ แต่เด็กๆ ที่บ้านไม่รู้จักการรอคอย เซ้าซี้ยิกๆ เลยต้องรีบตัดฉึ่บออกมาครึ่งนึง แบ่งเป็นชิ้นเท่าๆ กัน แจกจ่ายให้สมาชิกในวง บริหารปากไปด้วยเล่นต่อไปด้วย กินเวลามินานนักก็เกลี้ยง พาลให้หนังท้องตึงหนังตายาน คลานไปจัดการตบฟูกให้เข้านอนกันใหญ่ ส่วนเค้กที่เหลืออีกครึ่งจัดการเอาพลาสติกแรปพันให้แน่นๆ เป็นมัมมี่ รอการสังคยานาพรุ่งนี้โลด
ปล. โปรดสังเกตุวันนี้มีไม้ยมกเยอะมากเป็นประวัติการณ์ สงสัยจะสูงวัยจริงๆ ซะแล้วเลยเอาแต่ย้ำคิดย้ำทำ
เค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต
แป้งอเนกประสงค์ 150กรัม
เนยสด              90 กรัม
น้ำตาลทราย      150 กรัม
ไข่ไก่                 2 ฟอง
กล้วยหอมงอมๆ     2 ลูก
โยเกิร์ต             50 กรัม
ผงฟู               1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา      1/2 ช้อนชา
เกลือ              1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา กับเกลือเข้าด้วยกัน เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสรอไว้
บดกล้วยกับโยเกิร์ตให้ละเอียดเข้ากัน พักไว้
ตีเนยกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูขาว ทะยอยใส่ไข่ละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนจะใส่ฟองต่อไป


ทะยอยใส่ส่วนของแป้ง ตะล่อมให้เข้ากันกับส่วนของเนยกับไข่ ใส่ส่วนของกล้วยลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน


เทใส่พิมพ์อบประมาณ 35 นาที หรือจนเวลาเอาไม้จิ้มลงไปแล้วไม่มีเศษขนมติดไม้ออกมาเป็นใช้ได้


ชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้ง
ชีสมาสคาร์โปน       5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลไอซิ่ง         1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว            1 ช้อนชา
เกลือนิดหน่อย
วิธีทำ
นำทุกอย่างใส่ชาม คนผสมให้เข้ากัน

ส่วนตกแต่ง
ชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้ง
ดาร์คช็อคโกแลตตามชอบ
วิธีทำ
ตักชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้งโปะบนเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต จากนั้นละลายดาร์คช็อคโกแลตด้วยการนำเข้าไมโครเวฟครั้งละ 15 วินาที 2-3 ครั้งแล้วแต่ปริมาณของดาร์คช็อคโกแลต นำออกมาคนให้ละลาย ตักใส่ถุง ตัดปลายถุงเป็นรูเล็กๆ บีบตกแต่งตามสไตล์ส่วนตัว

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า


2011/05/24

Upside down pineapple cake, simple but unique


เย็นวานนี้คุณสามีหอบเอาเข่งผลไม้เข้าบ้านมา ศรีภรรยารีบปรี่เข้าไปสังเกตุการณ์ทันที แอบผิดหวังเล็กน้อยที่ในเข่งเต็มไปด้วยสัปปะรดภูแล ถามไถ่คุณสามีว่ามีผู้ใดเค้ามีจิตพิศวาสยกเข่งมาให้เช่นนี้ คำตอบที่ได้ก็เรียบๆไม่หวือหวา ก็คุณลูกค้าที่เคารพนั่นแหละ จัดการแบ่งให้ลูกน้องครบทุกคนแล้วก็ยังเหลืออีกตั้งเป็นสิบลูก นั่งพินิจพิเคราะห์สัปปะรดที่เหลืออยู่ด้วยความกลัดกลุ้มว่าจะกำจัดยังไงให้หมดไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะเน่าเสียของ ครั้นจะบริโภคสดๆ ที่บ้านรึก็ไม่ค่อยมีใครโปรดซักเท่าไหร่ นึกขึ้นมาได้ก็เอามันไปทำเค้กดีกว่า เค้กที่ว่านี้มันเป็นเค้กกายกรรมเชียวนะ เพราะเวลาจะเสริฟต้องกลับบนลงล่างไง เก๋ซะ วัตถุดิบก็พร้อม คนทำไม่ต้องบอกยิ่งพร้อมกว่า ไม่สมควรที่จะรอช้า เอ้า!ลงครัวตอนดึกอีกรอบ

ซอสคาราเมล
น้ำตาลทรายสีรำ     3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย        3/4 ถ้วย
น้ำปล่า              2 ช้อนโต๊ะ
เนยสด             60 กรัม
สัปปะรดฝานแว่น     6 ชิ้น (หนาประมาณ 1 เซนติเมตร)
วิธีทำ
นำน้ำ และน้ำตาลทั้งสองอย่างใส่ลงไปในหม้อยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ไม่ต้องคน ปล่อยให้น้ำตาลละลายให้หมดยกลงแล้วเติมเนยสดลงไป คนให้เข้ากัน เทใส่ในพิมพ์ วางสัปปะรดลงไปบนซอสคาราเมล พักไว้แล้วเตรียมทำส่วนของเค้กเนย


เค้กเนย
แป้งอเนกประสงค์ 150 กรัม
น้ำตาลทราย     150 กรัม
เนยสด         115 กรัม
ไข่ไก่            2 ฟอง
วิปปิ้งครีม       1/2 ถ้วย
ผงฟู             1 ช้อนชา
วานิลลา          1 ช้อนชา
เกลือ          1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้งกับผงฟูเข้าด้วยกันพักไว้ เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสรอไว้
ตีไข่ให้พอแตกเข้ากัน ใส่วานิลลาลงไปคนให้เข้ากัน นำเนยสดใส่ในชามสเตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีเนยให้อ่อนตัว เติมน้ำตาลลงไปตีต่อให้ฟูและมีสีอ่อนลง ทะยอยเทไข่ลงไปทีละนิดตีให้เข้ากัน


แบ่งส่วนของแป้งออกเป็นสามส่วน นมสองส่วน ใส่แป้งส่วนแรกลงไปในส่วนผสมของไข่กับเนย ตะล่อมให้เข้ากัน เทนมลงไปหนึ่งส่วนตะล่อมให้เข้ากัน ทำสลับกันไปจนจบที่ส่วนของแป้ง ตะล่อมให้เข้ากัน


เทแบทเทอร์ของเค้กที่ได้ลงในพิมพ์ที่มีซอสคาราเมลและสัปปะรดอยู่ กะให้ความสูงของแบทเทอร์ของเค้กที่เทลงไปประมาณ 3/4 ของพิมพ์ นำเข้าเตาอบประมาณ 20 นาที นำออกมาพักไว้ประมาณ  2 นาที ใช้ปลายมีดแซะเค้กให้หลุดจากขอบแล้วรีบคว่ำพิมพ์ลงบนจานก่อนที่คาราเมลด้านล่างจะแข็งตัวทำให้เค้กไม่ยอมหลุดออกจากพิมพ์ เป็นอันเสร็จ อร่อยได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องพิถีพิถัน




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/05/10

For my 7th wedding anniversary ; Mulberry swirl cheesecake


วี๊ดว้าย วี๊ดวิ้ว พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก มิน่าเชื่อเวลามันติดปีกชัดๆ ไม่ทันไรก็เป็นคนไม่โสดมาได้ตั้ง 7 ปีเข้าไปละ วันนี้เป็นวันดี๊ดี วันที่ 9 เดือน 5 ของเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เป็นวันที่เราจะไม่ได้นอนกางแข้งกางขา วาดมือไปมาได้สบายบนเตียงคนเดียว เป็นวันที่หลังจากนี้จะไม่เปิดแอร์นอนไม่ได้ (มันร้อนเพราะมีคนนอนข้างๆ ฮิ้ววววว) เป็นวันที่ต้องต้องอพยพตัวเองมาไกลจากคุ้มทางเหนือ เพื่อมาอยู่บนเหล่าเต้งในภาคกลาง เป็นวันที่จะต้องเริ่มปรับตัวจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ (ให้ได้ เป็นไฟต์บังคับอ่ะนะ) และนับหลังจากวันนี้จะเป็นวันที่ไม่ต้องชักหน้าแล้วยังไม่ถึงแม้กระทั่งกลางหลังอีกต่อไป (ฮ่าๆๆๆๆ อันนี้ชอบมากมาย เพราะว่าเรามีคนหาเลี้ยงแล้วนั่นเอง ยิปปี้ยัปปะยัปปะดู้) และที่มากไปกว่าทั้งหมดมันก็คือเป็นวันที่เราจะได้อยู่กับคนที่เรารักและรักเรา ร่วมกันสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเล็กๆขึ้นมาด้วยกัน (ณ ตอนนี้นั้น อุ่นมากจนร้อนเลยแหละ) ไม่ว่าจะทุกข์จะสุขก็จะมีคนเคียงข้าง (ทะเลาะ) 
คุณสามีผู้น่ารัก (แบบพอเพียง) ก็ไม่ทำให้ศรีภรรยาเยี่ยงเราผิดหวัง รำลึกถึงวันครบรอบแต่งงานอันแสนจะโรแมนติกด้วยการนำเอาดอกไม้กลับมาจากงานแต่งงานของเพื่อนเจ็ดดอก มาวางไว้บนเตียงเซอร์ไพรส์คุณศรีภรรยา เฮ้อ!!!! สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานค้า (ปล. วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปตอนทำเลย เพราะต้องแอบ แอบ และก็แอบ ขนาดอัพบล็อคยังต้องแอบเลยอ่ะ ก็คนมันเขิลลลลลนี่นา ขอโทษทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วยค่า)


ไวท์ช็อคแคร็กเกอร์ครัสต์
แคร็กเกอร์เค็ม    80 กรัม
ไวท์ช็อค        20 กรัม
เนยสด          30 กรัม
วิธีทำ
นำทุกอย่างใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน นำมากรุที่พิมพ์ที่ถอดก้นได้เพื่อเป็นฐานของชีสเค้ก (วันนี้ใช้พิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 12 ซม.) นำเข้าเตาอบที่ตั้งอุณหภูมิไว้ 150 องศาเซลเซียส (ไฟล่างอย่างเดียว) ประมาณ 10 นาที นำออกมาพักไว้ ระหว่างนี้ก็ไปทำส่วนของชีสเค้กกันต่อ

ชีสเค้ก
ครีมชีส           250 กรัม
ไข่แดง             2 ฟอง
ไข่ขาว             3 ฟอง
วิปปิ้งครีม          30 มล.
เนยสด             20 กรัม
น้ำตาลทราย        70 กรัม
แป้งอเนกประสงค์    1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว           1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา            1 ช้อนชา
เกลือ               1/8 ช้อนชา
มัลเบอร์รี่ฟิลลิ่ง       4 ช้อนโต๊ะ (ลูกหม่อนกวน)
วิธีทำ
นำน้ำ (มากหน่อยเผื่อเอาไว้รองถาดตอนอบชีสเค้ก) ใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด ลดไฟลงให้น้ำเดือดแค่รุมๆ นำครีมชีส เนย และวิปปิ้งครีมใส่ชามทนความร้อน วางชามไว้บนหม้อน้ำเดือด ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ยกลงพักไว้ให้อุ่น ใส่วานิลลาลงไปในไข่แดงคนให้เข้ากัน เทลงไปในชามที่พักไว้ คนให้เข้ากัน ใส่แป้งคนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้
เตรียมชามสะอาดอีกหนึ่งใบ ใส่ไข่ขาวลงไปกับน้ำมะนาว ตีให้เป็นฟองหยาบๆ ทะยอยใส่น้ำตาลลงไปทีละนิด ตีจนขึ้นฟูตั้งยอดกลาง แบ่งไข่ขาวหนึ่งในสามไปตะล่อมกับส่วนของชีสที่พักไว้ให้เข้ากัน จากนั้นนำไข่ขาวที่เหลือทั้งหมดลงไปตะล่อมให้เข้ากันดี พยายามทำอย่างเบามือโฟมไข่ขาวจะได้ไม่ยุบมากนัก ชีสเค้กที่ได้จะได้มีเนื้อเบาขึ้น
ใช้อลูมิเนียมฟอยล์หุ้มข้างพิมพ์ที่พักเอาไว้เพื่อกันน้ำซึมเข้าไป นำส่วนของชีสเทใส่พิมพ์ หยอดมัลเบอร์รี่ฟิลลิ่งเป็นจุดๆ ครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ กระจายบนส่วนของชีส ใช้ปลายมีดลากให้เป็นลวดลายสวยงาม
ยกพิมพ์ลงไปวางในถาด เทน้ำร้อนที่อยู่ในหม้อลงไปในถาด ให้ความสูงของน้ำประมาณครึ่งพิมพ์ นำเข้าเตาอบโดยวางถาดไว้บนชั้นบนสุด ให้อยู่ไกลส่วนที่ให้ความร้อนมากที่สุด (จะช่วยให้ชีสเค้กหน้าไม่แตก) อบประมาณ 50 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง (อันนี้แล้วแต่เตานะ ต้องสังเกตุเอาเองค้า) เสร็จแล้วยังไม่ต้องนำออกมาจากเตาอบ ให้พักเอาไว้ในนั้นจนเย็นโดยระหว่างที่พักไว้ให้แง้มฝาเตาอบไว้ด้วย พอชีสเค้กเย็นก็นำมาพักไว้ในตู้เย็นต่ออีกคืน (นานเน้อ แต่คุ้มค่า สมราคาเหนื่อย) เช้ามาก็จัดการละเลงตามชอบ คุณสามีสุดที่เลิฟเค้าชอบแบบเสริฟกับครีมด้วย จัดให้เค้าไปเพราะวันนี้มีแค่เราสองเท่านั้นที่สำคัญ (แหวะๆ แหยะๆ เหมือนชีสเค้กเลยเนอะ อย่าเพิ่งอ้วกกันก่อนน้า)

สำหรับตกแต่ง
วิปปิ้งครีม          200 มล.
น้ำตาลไอซิ่ง         20 กรัม
มัลเบอร์รี่ฟิลลิ่ง     ตามชอบ
วิธีทำ
ใช้มีดกรีดขอบข้างให้รอบก่อนนำชีสเค้กออกจากพิมพ์ ใช้มีดจุ่มน้ำร้อนก่อนตัดให้ได้ขนาดตามต้องการ อย่าลืมทำความสะอาดมีดก่อนจุ่มน้ำร้อนและตัดใหม่ทุกครั้ง เดี๋ยวขอบไม่เนียน จากนั้นก็ตกแต่งจานด้วยมัลเบอร์รี่ฟิลลิ่ง วางชีสเค้กลงไป เพิ่มครีมเพื่อความอร่อยมากขึ้น แล้วก็ยกไปประเคนให้บุคคลที่เรารักทันที 

    
                                                 


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า