Showing posts with label All about mousse. Show all posts
Showing posts with label All about mousse. Show all posts

2012/04/22

Summer time begins with mango-coconut milk creme chiboust layered delight


สัญญาณอีกอย่างนึงที่บ่งว่าหน้าร้อนที่บ้านเราเข้ามาเยือนแล้วนั่นก็คือไม่ว่าจะหันทางซ้ายก็เห็นแม่ค้าขายมะม่วงสุก เบือนหนีไปทางขวาก็ยังคงเจอแม่ค้าจัดกระจาดมะม่วงสุก ขนาดที่ว่าอุตส่าห์แหงนหน้าหนีขึ้นฟ้าก็ไม่พ้นเห็นมะม่วงสุกที่ยังไม่ได้สอยลงจากต้นอยู่ดี มองไปทางไหนก็เหลืองนวลตาไปซะหมด มีทั้งอกร่อง น้ำดอกไม้ เขียวเสวย โชคอนันต์ และอื่นๆ ที่ไม่ทราบสายพันธ์ุอีกนับไม่ถ้วน เมนูยอดฮิตในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นข้าวเหนียวมะม่วง ที่กล้าพนัันได้เลยว่าไม่มีครัวเรือนใดที่พลาดโอกาสบริโภคเมนูนี้ไปเป็นแน่แท้
ยิ่งที่บ้านมีต้นมะม่วงเองยิ่งหนักใหญ่ กินมันได้ทุกวันด้วยความเสียดาย จนตอนนี้ตัวเปลี่ยนสีไปใกล้เคียงสีของมะม่วงอยู่แล้ว แหม๊ก็ลูกมะม่วงมันขยันสุกได้สุกดี สุกมันทุกวัน วันละสิบๆ ลูก ครั้นจะเอาไปขายก็ไม่สันทัดซะด้วย เลยต้องหาวิธีกินแบบใหม่ให้มันคล่องคอยิ่งขึ้น
ผู้บริโภคหลักของเมนูใหม่ที่จะคิดประดิดขึ้นนี้ส่วนใหญ่สูงวัยและไม่โปรดครีมเลี่ยนๆ อันได้แก่พ่อแม่สามีและบรรดาเครือญาติ แต่ศรีสะใภ้ได้โล่เยี่ยงเราดันอยากจะทำเค้ก เลยต้องทำการบ้านหนักหน่อยว่าจะให้มันออกมารูปแบบไหนดี ที่ทั้งเว่อร์ เยอะ และอร่อย

2012/03/07

My holiday is incomplete without baking; Caramel mousse cream cheese cake


วันหยุดอีกแล้วครับท่าน ไม่สนและไม่แคร์ว่าจะเป็นเพียงแค่วันหยุดทางศาสนา จะทำขนมฉลองซะอย่างใครจะทำไม ไม่อยากจะบอกว่าบังเอิญเอาเป็นว่าตั้งใจก็แล้วกันว่าจะเอาครีมชีสที่ใกล้จะหย่อนลงถังขยะได้เต็มทีมาทำขนมซักอย่างกินในวันหยุดให้เพลิดเพลินซะหน่อย ถ้าเหลือก็จับยัดลงปิ่นโตให้ลูกไปโรงเรียนต่อพรุ่งนี้ แหล่มจริงอะไรจริง

2012/01/30

Chocolate-raspberry cheese mousse cake; A perfect combination that last forever like our friendship


วันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันแรกที่รู้สึกว่าตัวเองยังคงมีเพื่อนในรอบครึ่งทศวรรษ สาเหตุที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นเยี่ยงนั้นก็เป็นเพราะเพื่อนๆ ที่คบกันตั้งแต่ตอนเรียนมหา'ลัยปีหนึ่ง ได้อุตสาห์ให้เกียรติหอบสังขารกันมาจัดปาร์ตี้วันเกิดย้อนหลังให้สมาชิกคนหนึ่งในก๊วนกันถึงที่นครปฐมเลยทีเดียว แถมบังคับแกมขมขู่ปนขอร้องนิดๆ (มั้ย) ว่า อยากได้เค้กช็อคโกแลต รับปากแบบส่งๆ ไป (แต่ดีใจจนเนื้อเต้นติ๊กๆ)

2011/11/22

Chocolate mascarpone mousse with brownie and meringue for my boy 7th birthday; Life is always bitter-sweet


เจ็ดปีผ่านไปไวเหมือนโกหก สุดหล่อของคุณแม่คนดีที่หนึ่งก็ย่างก้าวเข้าวัยหนุ่มน้อยช่างยอกย้อน เถียงคำไม่ตกฟาก เริ่มรู้จักอาย มีโลกส่วนตัวซะแล้ว (เร็วไปมั้ยลูกค๋า) เมื่อลูกเริ่มโตคุณแม่คนดีที่หนึ่งต้องเริ่มยัดเยียดความรับผิดชอบเล็กๆ น้อย ให้เพื่อที่ลูกโตมาจะได้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่มากไม่น้อยเริ่มด้วย ต้องหุงข้าวให้สมาชิกในบ้านกิน หัดทำเมนูไข่ทุกรูปแบบ เรียนรู้การต้มมาม่า (ให้ถูกใจแม่) ช่วยแม่เตรียมกับข้าวเวลามีปาร์ตี้ที่บ้าน (เพื่อโชว์แขกผู้มีเกือกทั้งหลายเป็นการเชิดหน้าชูตาให้กับบุพการีไปในตัว) และครอบคลุมไปถึงซักเสื้อกล้าม กางเกงชั้นใน และถุงเท้าให้ตัวเอง ภาระกิจพิชิตแชมป์เหล่านี้ให้โอกาสฝึกซ้อมล่วงหน้าก่อนลงสนามจริงถึงหนึ่งเดือน ผลปรากฏว่าทำไปบ่นไปไม่ต่างอะไรกะคุณสมัคร อิดอิดออดออด วันดีคืนดีมีบทเศร้าเคล้าน้ำตาอีกตะหาก แต่ก็สอบผ่านอย่างฉลุยแบบแม่ต้องพึ่งที่ครอบหูกันเสียงบ่นพึมพำเล็ดลอดเข้าไปแล้วทำให้อารมณ์ขึ้น

สลัด BEN 10 ออกไป หันไปปลื้มเจ้านกหน้าตากวนแทน


ตลอดเวลาที่เข้าคอร์ส บรรดาแม่ยกพ่อยกทั้งหลาย ทั้งอากง อาม่า คุณตา คุณยาย ต่างก็ดาหน้าเข้ามาโวยวายหาว่าใช้แรงงานเด็ก พร้อมส่งสายตาพิฆาตมาเป็นระยะๆ พยายามที่จะกางปีกป้องและช่วยเหลือกันยกใหญ่ (แต่แม่มันไม่ฟังดันทุรังทำต่อไป) พอสิ้นสุดระยะเวลาเก็บตัวก็ถึงวันเกิดพอดิบพอดี เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเลยบังคับให้ไปทำสังฆทานแต่เช้า หลังจากตบหัวไปแล้วก็ลูบหลังปลอบใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยเค้กวันเกิดก้อนขนาดกะทัดรัดไม่ถึงสามคนโอบ ประกบคู่กับก๊วนแองกรี้เบิร์ดตัวโปรด (ที่ดูไม่ค่อยเหมือนซักเท่าไหร่) โดยเค้กวันเกิดก้อนนี้ตั้งใจจะใช้ให้ข้อคิดสอนลูกไปในตัวว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่ได้แต่มีช่วงแห่งความสุขเสมอไป มันต้องมีช่วงที่เหน็ดเหนื่อยและเป็นทุกข์บ้าง ไม่ต่างจากรสชาดเค้กวันเกิดที่แม่ตั้งใจทำให้ ลูกเป่าเทียนไปแม่ก็อธิบายไปไม่รู้ว่าจะเข้าใจอะไรบ้างมั้ยเนี่ย หรือว่าแม่มันจะหวังมากเกินไปก็ไม่รู้เนอะ

โคลสอัพกันนิด



ปล. ขออวดลูกนิดนะค้า ออกอาการปลื้มอกปลื้มใจมากเมื่อสองวันที่แล้วขณะสุดสวยคนน้องกำลังนอนหลับกลางวันอย่างเมามันเกือบห้าโมงเย็นแล้วยังไม่ตื่น สุดหล่อคนพี่เกิดอาการหิวข้าวเย็นแต่แม่ติดภาระกิจเฝ้าน้องอยู่ เลยบอกลูกว่าทนไปก่อนแป๊บนะลูก รอน้องตื่นก่อนเดี๋ยวแม่ลงไปทำให้ คิดว่าสุดหล่อคงเข้าใจคำสั่งเพราะเห็นผละลงไปด้านล่าง อีกครึ่งชั่วโมงพอน้องตื่นก็รีบลงไปตั้งใจจะหาอะไรให้กินเพราะคิดว่าคงหิว แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้น้ำตารื้นด้วยความสงสารลูกระคนปลื้มใจแบบสุดๆ เมื่อพบว่าเจ้าตัวกำลังกินข้าวกับไข่เจียวที่ทำเองกะมืออย่างเมามัน แถมข้างๆ จานข้าวของตัวเองก็ยังมีไข่เจียวที่ทำเผื่อแม่และน้องเอาไว้อีกสองฟอง โถ.....ลูกค๋า แม่ภูมิใจในตัวหนูที่สุดในโลก หนูโตแล้วจริงๆ หลังจากชื่นชมเสร็จแม่คนนี้ก็ชี้นิ้วสั่งงานดะเลย ฮ่าาาาาาา

 
ฟัดจ์บราวนี่
ส่วนผสมตลอดจนขั้นตอนวิธีทำดูได้ ที่นี่ 


เสร็จแล้วแช่เย็นทิ้งไว้หนึ่งคืน นำออกมาตัดเป็นลูกเต๋าเล็กๆ



 
ช็อคโกแลตเมอร์แรง
ไข่ขาว                       3 ฟอง
น้ำตาลทราย           2/3 ถ้วยตวง
ดาร์คช็อคโกแลต   100 กรัม
วิธีทำ
เปิดเตาอบที่ 110 องศาเซลเซียส ไฟบนล่างรอไว้
ขั้นตอนวิธีทำดูได้ ที่นี่ เมื่อได้ส่วนของช็อคโกแลตเมอร์แรงแล้ว นำใส่ถุงบีบที่ติดหัวบีบกลมเอาไว้ บีบเป็นวงกลมให้มีขนาดเท่ากับฐานของพิมพ์มูสขนาด 1 ปอนด์ ส่วนที่เหลือบีบเป็นแท่ง นำเข้าเตาอบประมาณ 1 1/2 ชั่วโมง ปล่อยให้เย็นตัวลงในเตาอบโดยที่แง้มฝาเตาอบเอาไว้ เมื่อเย็นสนิทแล้วแกะออกมาจากกระดาษรองอบ เก็บเอาไว้ในกล่องที่มีฝาปิดสนิทจนกว่าจะใช้งาน


ช็อคโกแลตมาสคาร์โปนมูส
มาสคาร์โปนชีส     250 กรัม
ดาร์คช็อคโกแลต  150 กรัม
วิปปิ้งครีม               1/4 ถ้วยตวง
เจลาติน                    1 ช้อนชา
น้ำสะอาดเย็น           1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำเจลาตินใส่ลงไปในน้ำ รอให้พองตัว เทวิปปิ้งครีมลงไปผสม นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที คนให้เข้ากันพักไว้
นำดาร์คช็อคโกแลตใส่ชามเข้าไมโครเวฟครั้งละ 20 วินาที 2 ครั้ง นำออกมาคนให้ละลายเข้ากัน จากนั้นเติมส่วนของวิปปิ้งครีมและเจลาตินลงไป คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
นำมาสคาร์โปนชีสใส่ลงในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนให้พอแตกตัว เทส่วนของช็อคโกแลตลงไปใช้ตะกร้อมือตะล่อมให้เนียนเข้ากัน


 
ช็อคโกแลตมาสคาร์โปนมูส กับบราวนี่ และเมอร์แรง
ช็อคโกแลตเมอร์แรง
ช็อคโกแลตมาสคาร์โปนมูส
บราวนี่หั่นเต๋า
กานาซช็อคโกแลต
ผงโกโก้
วิธีทำ
นำเมอร์แรงแผ่นกลมกรุลงเป็นฐานของพิมพ์มูส ส่วนเมอร์แรงแบบแท่งเก็บไว้ตกแต่งก่อนเสริฟ เทส่วนของมูสช็อคโกแลตลงไป โรยทับด้านบนด้วยบราวนี่ที่หั่นเต๋าไว้ ใช้ไม้พายกดบราวนี่ให้จมลงไปในมูส นำเข้าตู้เย็นข้ามคืน
นำเค้กที่ได้ออกจากพิมพ์ ตกแต่งด้วยเมอร์แรงแบบแท่ง ราดด้วยกานาซช็อคโกแลต โรยด้วยผงโกโก้แคนั้นก็แหร่มแล้ว




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/10/20

Midnight sin chocolate cake; Not only be your eye candy but also be edible


เฮ้อ!!!! กลุ้มกับข่าวสารบ้านเมืองในขณะนี้ซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเลือกเสพสื่อชนิดไหนๆ ล้วนแล้วแต่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งสิ้น ถึงบ้านทืี่ซุกหัวนอนอยู่นี้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่กลับมีความรู้สึกสับสนว่ามันอาจจะเป็นพื้นที่เสี่ยงขึ้นมาในวินาทีใดวินาทีนึงก็ได้จากการนำเสนอข่าวที่มันมากมายไปนิด แต่ก็เข้าใจว่าสื่อทุกค่ายต้องการเกาะติดและทันข่าวที่สุด แต่การนำเสนอรูปแบบนี้โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าหากเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจริงๆ คงจะรู้สึกเครียดมากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะมีสติตั้งรับ ตอนนี้สิ่งที่ตัวเองทำได้มากที่สุดนอกจากกำลังทรัพย์ที่พอจะสละได้ ก็คงเป็นการส่งกำลังใจและความปรารถนาดีที่หวังให้ทุกคนที่ประสบภัยก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้โดยบอบช้ำน้อยที่สุดแล้วกันนะคะ

2011/10/10

B is for "Banana choco caramel mousse cake"


อีกแล้วอ่า กล้วยจริงกล้วยจัง เปล่าชอบน้าแต่กลัวมันเน่าเลยต้องเอาไปเล่นแร่แปรธาตุอีกแล้ว หมดปัญญาสร้างสรรค์แล้ว เอาแบบสามัญที่คนนิยมกินกันดีกว่าง่ายดี พูดไปแหม่บๆ ว่าง่ายสุดท้ายก็ตกม้าตายตอนจบอีกละ ตั้งใจจะใช้กานาซช็อคโกแลต ราดหน้าให้เงาวิ้งงงงง ซะหน่อย แต่ดันขี้เกียจและมัธยัสถ์เลยจัดการเอากานาซช็อคโกแลตในตู้เย็นที่เหลือจากการทำฟองดูให้ลูกเล็กเด็กแดงมาอุ่นในไมโครเวฟ คุยกะไมโครเวฟไม่รู้เรื่อง ให้ความร้อนเกินเวลาไปหน่อย พี่เค้าเลยสลัดน้ำมันออกมา คนยังไงก็ไม่เนียน ก็ยังดันทุรังเอาไปราดบนเค้กอีก สมใจเลยทีนี้ พอมันเย็นตัวลงเลยได้ลายหินอ่อนไว้ดูต่างหน้า สมน้ำหน้าไอ้คนตระหนี่ไม่เข้าเรื่องเลยทีนี้

2011/10/04

Chicken farm bakers' project # 39 : Mon Entremets: Everything starts from basic ; Apple crumble latte mousse cake inspired by Starbucks®


โอ้แม่เจ้าโว้ยหายหน้าหายตาไปจากบล็อคเกือบเดือนเพื่อไปปฏิบัติภารกิจพิชิตโลกที่เกาหลีและญี่ปุ่น กลมานอนหงายเหงือกหงายคางอยู่กะเหย้าเฝ้ากะเรือนได้เกือบอาทิตย์ คิดว่าคงเสวยสุขพอแล้วปัดฝุ่นทำการบ้านฟาร์มไก่เดือนที่แล้วของคุณปุ๊ก dailydeliciousthai  ดีกว่า อัพบล็อคขึ้นมาหน้างี้หงายเลยอันเก่ายังไม่ได้ส่ง โฮสท์คนใหม่อย่างคุณก้อย bake-aholic ก็ป้อนโจทย์การบ้านใหม่ซะแล้ว ไม่ได้การละต้องเดินเครื่องด่วนค่า

2011/08/19

Happy mother's day cake


สุดท้ายก็ได้ลงบล็อคซะที หลังจากเหน็ดเหนื่อยอย่างต่อเนื่องกับทั้งปาร์ตี้วันแม่ และวันไหว้สารทจีน เล่นเอานอนซมไปถึงสองวันกันเลยทีเดียว
เศร้าใจมากมายสำหรับวันแม่ปีนี้ที่ไม่มีแม่ตัวเองอยู่ใกล้ๆ สาเหตุก็เพราะน้ำเหนือไหลบ่ามาแรงมาก ทำให้คุณเธอและสามีไม่สามารถจะละทิ้งนิวาสถานคุ้มเจ้านางที่ทางเหนือมาร่วมตัดเค้กได้ ก็คงเหลือแต่คุณแม่สามีที่นั่งหน้าบานเป็นเกียรติเป็นศรีตลอดทั้งงานตั้งแต่เช้ายันดึกอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย
สำหรับเค้กวันแม่ปีนี้ก็อยากจะให้เห็นปุ๊บแล้วรู้ปั๊บว่ามันเป็นเค้กวันแม่ ส่วนของตัวเค้กก็ธรรมดาตามที่คนหมู่มากโปรดปรานแต่แอบมากเรื่องนิดนึงตรงที่ฐานมูสอยากได้ทั้งความกรอบและนุ่มก็เลยจัดการให้มีสองชั้นเป็นชั้นของสปันจ์เค้กบนแครกเกอร์ครัสท์ซะเลย
สิ่งที่พึงจะบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นเค้กวันแม่ก็คงหนีไม่พ้นดอกมะลิ งานนี้ต้องพึ่งเจ้าฟอนแดนท์ในการประดิดประดอยอีกตามระเบียบ  เคยเห็นคนทำขนมช่อม่วงแล้วเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา ถ้าเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีขาวมันก็ดอกมะลิดีๆ นี่เอง


ปัญหาเดิมๆ ที่เจอเมื่อคิดจะเล่นกับฟอนแดนท์ ก็คือ ไม่มีอุปกรณ์ ในครั้งนี้ก็เช่นกันจำเป็นต้องหาตัวตายตัวแทนที่ใช้งานได้ใกล้เคียง จะใช้อะไรดีในการหนีบเจ้ากลีบอันบอบบางของดอกมะลิ เหอ เหอ เหอ นึกออกละ แหนบบบบบนี่แหละใช่เลย อ๊ะ!!!!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจกันไป อันนี้เป็นอันใหม่แกะกล่อง ไม่เคยผ่านการใช้งานจริงค่า ไม่บอกไม่กล่าวก่อนเดี๋ยวจะพาลรังเกียจไม่กล้ากินกัน เอาล่ะครบเครื่องแล้วก็ลงไม้ลงมือกันเลย

ฟอนแดนท์ดอกมะลิ
มาร์ชมาลโลว์ฟอนแดนท์        1/2 สูตร ดูสูตรและวิธีทำได้ ที่นี่
สีผสมไอซิ่งสีเขียวสำหรับผสมทำใบ
สีผสมอาหารแบบผงประกายมุก
สีผสมอาหารแบบผงสีเหลือง
สีผสมอาหารแบบผงสีเขียว
วิธีทำ
แบ่งฟอนแดนท์ออกมา 1/3 ส่วน ผสมสีเขียวลงไป นวดให้เนียนเป็นเนื้อเดียว ปั้นเป็นรูปหยดน้ำแล้วกดให้แบน ใช้ปลายมีดตกแต่งเป็นลายของใบ ผึ่งทิ้งไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน
ส่วนของฟอนแดนท์ที่เหลือจะใช้ปั้นเป็นดอกมะลิ โดยแบ่งฟอนแดนท์ออกมาเป็นก้อนกลมๆ ตามขนาดของดอกมะลิที่ต้องการ ใช้แหนบบีบให้เป็นกลีบรอบๆ วิธีทำกลีบดอกมะลิดูได้ ที่นี่  ผึ่งทิ้งไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน


จากนั้นนำฟอนแดนท์ที่ผึ่งเอาไว้ทั้งดอกและใบมาลงสีเพื่อความสมจริง โดยตรงกลางของดอกมะลิใช้แปรงปัดสีผงสีเขียวลงไปบางๆ แล้วปัดทับด้วยสีเหลือง จากนั้นปัดทั่วทั้งดอกด้วยสีผงประกายมุกเพื่อจะได้ดูเงาวาว ในส่วนของใบใช้แปรงปัดแต่สีผงประกายมุก




มิกซ์เบอร์รี่ชีสมูสเค้ก
อัลมอนด์แครกเกอร์ครัสท์    1 สูตร ดูสูตรและวิธีทำได้ ที่นี่
สปันจ์เค้กวานิลลา          1 สูตร ดูสูตรและวิธีทำได้ ที่นี่
โฮมเมดมาสคาร์โปนชีส     1 สูตร ดูสูตรและวิธีทำได้ ที่นี่
แยมราสเบอร์รี่             1 ถ้วยตวง
เชอร์รี่สด                  5 ลูก
สตรอเบอร์รี่สด             3 ลูก
บลูเบอร์รี่                15 ลูก
วิปปิ้งครีม                200 มล.
น้ำตาล                  100 กรัม
เจลาติน                   1 ช้อนชา
น้ำสะอาดเย็น              1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำแยมราสเบอร์รี่ และผลไม้สดใส่ลงในโถปั่นปั่นให้ละเอียดเข้ากัน แบ่งออกมา 1/2 ถ้วยตวง สำหรับไว้ทาบนแครกเกอร์ และ สปันจ์เค้ก
นำมาสคาร์โปนชีสออกมาพักไว้ในชามผสมที่อุณหภูมิห้อง


นำอัลมอนด์แครกเกอร์ครัสท์กรุลงในพิมพ์ ใช้หลังช้อนกดให้แน่น ทาด้านบนด้วยแยมที่แบ่งออกมาให้ทั่ว ตัดสปันจ์เค้กให้ได้ขนาดเท่าพิมพ์วางทับลงไปบนฐานแครกเกอร์ แล้วทาทับด้วยแยมอีกรอบ พักไว้


บลูมเจลาตินโดยนำใส่ลงในน้ำสะอาดเย็นจัด รอจนเจลาตินซับน้ำพองตัวขึ้น นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 15-20 วินาที นำออกมาคนให้ละลายเข้ากันดีพักไว้ให้พออุ่น คนผสมลงในส่วนของแยมที่แบ่งเหลือไว้
ใช้ตะกร้อมือหรือไม้พายตีชีสที่อ่อนตัวแล้วให้เข้ากันดี จากนั้นแบ่งส่วนของแยมที่ผสมเจลาตินลงไปแล้วออกมาครึ่งนึง เทผสมลงไปในส่วนของชีส คนให้เข้ากันดีแล้วจึงเทแยมส่วนที่เหลือลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว


จากนั้นนำวิปปิ้งครีมใส่ชามสเตนเลส โดยวางชามสเตนเลสซ้อนบนชามขนาดใหญ่กว่าที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิของวิปปิ้งครีมให้เย็น เวลาตีจะได้ขึ้นฟูได้ง่ายเพราะอากาศบ้านเรามันร้อน ใช้เครื่องตีมือถือตีจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน
แบ่งวิปปิ้งครีมครึ่งนึงตะล่อมลงในส่วนของชีสให้พอเข้ากัน จากนั้นเทกลับลงมาผสมกับส่วนของวิปปิ้งครีมที่เหลือ ตะล่อมให้เนียนเข้ากันดี แล้วจึงเทลงไปในพิมพ์ที่กรุด้วยแครกเกอร์ครัสท์ และสปันจ์เค้กเอาไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบ นำเข้าช่องฟรีซประมาณ 3-5 ชั่วโมงให้มูสเซตตัวดี




ส่วนตกแต่ง
ช็อคโกแลตกานาซ        1 สูตร
ฟอนแดนท์ดอกมะลิ
วิธีทำ
นำเค้กออกมาจากพิมพ์วางไว้บนตะแกรงที่มีถาดรองอยู่ด้านล่าง เทกานาซลงไปบนเค้ก ปล่อยให้กานาซส่วนที่เหลือไหลลงบนถาดรอง  ถ้ากานาซยังคุมได้ไม่ทั่วเค้ก ให้นำส่วนที่ไหลลงบนถาดกลับมาใช้ใหม่
หากกานาซหนืดเกินไปให้นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 5-10 วินาที แล้วนำกลับมาราดใหม่



อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/08/07

Ageless cold dessert; Chocolate mousse


คงไม่มีใครปฏิเสธว่าช็อคโกแลตมูสเป็นขนมหวานที่ไม่เคยล้าสมัย ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหนก็ยังเป็นที่นิยมไม่มีตก แถมทำก็ง่ายมากๆ เสียเวลาแค่ช่วงที่แช่ตู้เย็นแค่นั้นเอง


ตอนนี้แสบพี่ไม่สบายไม่สมารถจะกินไอศครีมได้อย่างที่ต้องการ แต่ก็ยังไม่วายออดอ้อนขอเปลี่ยนจากกินไอศครีมเป็นขนมหวานอะไรก็ได้ที่เย็นน้อยกว่าหน่อยแล้วก็เป็นรสช็อคโกแลต ยากตรงไหน ทุกอย่างไม่เคยเหนือความสามารถของซุปเปอร์คุณแม่ไปได้ บรรจงจีบปากจีบคอบอกลูกไปว่ารอแป๊บนะคร๊าบ เดี๋ยวคุณแม่คนดีที่หนึ่งจัดให้ จบประโยคก็ละทิ้งงานที่ค้างคาเข้าไปคุ้ยหาวัตถุดิบในทันที

มูสช็อคโกแลต
ดาร์คช็อคโกแลต 100 กรัม
ไข่ไก่            2 ฟอง
น้ำตาลทราย     20 กรัม
วิปปิ้งครีม        100 กรัม
เกลือนิดหน่อย
วิธีทำ
ละลายดาร์คช็อคโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟครั้งละ 15 วินาที 2 ครั้ง นำออกมาคนให้ละลาย พักไว้
นำไข่ และเหล้ากลิ่นสตรอเบอร์รี่ใส่ลงชามสเตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ให้แตก จากนั้นทะยอยเติมน้ำตาลทรายลงไป ตีให้ขึ้นฟูเป็นครีมสีเหลืองอ่อน


นำช็อคโกแลตที่ละลายใส่ลงไปในไข่ ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น
ตีวิปปิ้งครีม โดยวางชามใส่วิปปิ้งครีมซ้อนบนชามที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็นวิปปิ้งครีมจะได้ขึ้นฟูได้ง่าย ตีจนวิปปิ้งครีมขึ้นฟู


แบ่งส่วนของช็อคโกแลตครึ่งนึงใส่ลงไปในชามวิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน แล้วเทกลับลงไปผสมกับส่วนของช็อคโกแลตที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว เทใส่ในแก้วสวยๆ นำเขาแช่ในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง



 
ส่วนตกแต่ง
วิปปิ้งครีม       200 มล.
น้ำตาลทราย      1 ช้อนโต๊ะ
ช็อคโกแลตบอล
ผงโกโก้
วิธีทำ
นำวิปปิ้งครีม และน้ำตาลทรายใส่ลงในชามสเตนเลส ใช้ตะกร้อมือตีให้ขึ้นฟู ตักใส่ในถุงบีบที่ติดหัวบีบเอาไว้ บีบตกแต่งบนมูส วางช็อคโกแลตบอล แล้วจัดการโรยด้วยผงโกโก้ จากนั้นก็เตรียมช้อนเพื่อตักส่งเข้าปากจนพอใจ



อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/08/05

Fresh sweet prune with apricot mousse cake, bad look but good in taste


ทะยอยเอาของที่แช่อิ่มออกสื่อแล้วค่า ประเดิมด้วยเจ้ามูสแอปริคอทที่แอบซ่อนชิ้นลูกพรุนสดไว้ข้างใน คงแปลกใจว่าทำไมมูสที่ออกมามันเว้าๆแหว่งๆ อันนี้ขอโยนความผิดไปให้พิมพ์ซิลิโคนรูปร่างสวยเริ่ดที่ถอยใหม่ป้ายแดงมา ( จริงๆ แล้วไม่รู้วิธีการเอามันออกมาจากพิมพ์ต่างหาก นักสะสมพิมพ์ซิลิโคนตัวยงวานบอกทีค่า) แต่ช่างเถอะของรูปร่างไม่สวยแต่รวยความอร่อยมีถมไปเนอะ จะอัพลงบล็อคซะอย่างครายจะทามมาย

โฉมหน้าของลูกพรุน
ลูกโตเท่าไข่ไก่เบอร์ 0 กันเลยทีเดียว

เค้กชิ้นกระจุ๋มกระจิ๋มนี้เนรมิตได้ไม่ยาก มีส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แค่ 2 อย่างจริงๆ คือ สปันจ์เค้ก และมูส ตามมาดูกันเลยดีกว่าค่า

สปันจ์เค้ก
แป้งเค้ก        55 กรัม
แป้งข้าวโพด     5 กรัม
น้ำตาล         55 กรัม
ไข่             2 ฟอง (แยกไข่แดง-ขาว)
เนย           10 กรัม
นม            10 มล.
น้ำมัน          10 มล.
วานิลลา         1/2 ช้อนชา
เกลือ           1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้งทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส
นำไข่ขาวใส่ในชามสแตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองหยาบ ทะยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดกลาง ใส่ไข่แดงทีละฟองตีให้เข้ากัน เติมวานิลลาลงไป ตีให้เข้ากัน


ทะยอยเติมแป้งลงไป ตะล่อมให้เข้ากันดี


เทน้ำมันใส่ชามอีกใบ นำนมกับเนยเข้าไมโครเวฟนาน 20 วินาที แล้วนำมาเทผสมกับน้ำมัน คนให้เข้ากันจากนั้นแบ่งหนึ่งในสามของส่วนผสมของไข่กับแป้งมาตะล่อมกับส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันให้เข้ากันดี แล้วจึงเทกลับไปผสมกับส่วนผสมของไข่กับแป้งที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้เรียบ นำเข้าเตาอบนานประมาณ 8-10 นาที นำออกมาใช้มีดปลายแหลมกรีดรอบพิมพ์ คว่ำเค้กลงบนผ้าสะอาด ตัดตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ

* การที่ทำให้ส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันอุ่นขึ้น จะช่วยให้ผสมเข้ากับส่วนผสมของไข่กับแป้งได้ดีขึ้น ไม่ตกไปอยู่ก้นพิมพ์แล้วทำให้เค้กด้านล่างแข็งเป็นไต นอกจากนี้การแบ่งส่วนของแป้งกับไข่มาผสมกับส่วนของนม เนย และน้ำมัน ก็มีส่วนช่วยให้ผสมได้ง่ายเช่นเดียวกัน*


มูสแอปริคอทลูกพรุนสด
วิปปิ้งครีม             150 มล.
แอปริคอทเพียวเร่      150 กรัม
น้ำตาลทราย            80 กรัม
เจลาตินผง              1 ช้อนชา
น้ำสะอาดเย็น           1 ช้อนโต๊ะ
ลูกพรุนสดสไลด์บางๆ    2 ลูก
วิธีทำ
เริ่มต้นด้วยการบลูมเจลาตินก่อนด้วยการใส่เจลาตินลงในน้ำเย็น ทิ้งไว้ให้เจลาตินดูดน้ำจนบวมพอง แล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 10 วินาที นำออกมาคนให้ละลายดีแล้วเทใส่ลงในแอปริคอทเพียวเร่ คนให้เข้ากันพักไว้


นำวิปปิ้งครีมใส่ชามสเตนเลส โดยวางชามสเตนเลสซ้อนบนชามขนาดใหญ่กว่าที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิของวิปปิ้งครีมให้เย็น เวลาตีจะได้ขึ้นฟูได้ง่ายเพราะอากาศบ้านเรามันร้อน ใช้เครื่องตีมือถือตีจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน แบ่งส่วนของแอปริคอทครึ่งนึงลงไปตะล่อมผสมให้เข้ากัน แล้วจึงเทส่วนของแอปริคอทที่เหลือตามลงไป ตะล่อมให้เนียนเป็นเนื้อเดียว
เทลงในพิมพ์แบบที่ชอบประมาณครึ่งพิมพ์ก่อน เรียงลูกพรุนที่สไลด์เป็นชิ้นบางๆ แล้วลงไป เทมูสลงไปทับเกลี่ยหน้าให้เรียบ


จากนั้นนำเอาชิ้นสปันจ์เค้กที่ตัดไว้วางทับลงไปบนหน้า ใช้พลาสติกแรปห่อกันอากาศเข้าไป ห่อทั้งพิมพ์ แล้วนำพิมพ์ที่ห่อพลาสติกแรปแล้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทอีกที นำเข้าช่องฟรีซอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ให้มูสเซตตัวดี แล้วจึงนำออกจากพิมพ์ ส่วนวิธีการนำออกจากพิมพ์ก็ตัวใครตัวมันเพราะลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอดไม่ประสบความสำเร็จเลยค่า



ส่วนตกแต่ง
แอปริคอทเพียวเร่     100 กรัม
น้ำตาลทราย           30 กรัม
วิธีทำ
นำแอปริคอทเพียวเร่และน้ำตาลใส่ลงในหม้อนำขึ้นตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวต่อประมาณ 3 นาที ยกลงจากเตาพักให้เย็นสนิท
หลังจากที่แงะแคะเอามูสเค้กออกจากพิมพ์ได้แล้วก็จัดการตัดแต่งส่วนของสปันจ์เค้กที่ใช้เป็นฐานให้เข้าร่องเข้ารอย ราดซอสแอปริคอทลงไปบนมูสเค้ก และจานที่จะใช้เสริฟ แค่นี้ก็เรียบร้อย เพราะว่ามูสเค้กมันหน้าตาไม่สวยอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรให้เยอะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ยกออกไปบังคับสมาชิกให้กินในทันที




 อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/07/28

"Just want to say thank you" cake


เค้กก้อนนี้ตั้งใจทำให้น้องเขยของคุณสามี (ไม่ได้ทำฟรีนะ เพราะได้ค่าเหนื่อยกลับมาด้วย) คุณเธอจะเอาไปกำนัลให้กับผู้มีพระคุณ ถามไถ่ถึงความชอบส่วนตัวของผู้รับได้คำตอบว่า โปรดปรานช็อคโกแลต และสตรอเบอร์รี่ งานก็เลยง่ายเพราะไม่ต้องตัดสินใจเอง
เริ่มด้วยการทำแยมสตรอเบอร์รี่ มูสช็อคโกแลต ตัวเค้กช็อคโกแลต มูสสตรอเบอร์รี่ ปิดท้ายด้วยสตรอเบอร์รี่เกลซ ของพวกนี้ฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆแล้วไม่ได้ยากแต่มันยุ่งยากเยอะแยะมากกว่า ตัวแปรสำคัญคือเวลาและการลำดับขั้นตอนที่ดีตะหาก พอเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เตรียมของครบแล้วก็มาเริ่มทำกันเลยค่า




แยมสตรอเบอร์รี่
สตรอเบอร์รี่หั่นเล็กๆ      300 กรัม
น้ำตาลทราย            150 กรัม
น้ำมะนาว              1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำสตรอเบอร์รี่ และน้ำตาลทรายใส่ลงไปในหม้อ ตั้งไฟเคี่ยวให้สตรอเบอร์รี่นิ่ม จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไป เคี่ยวต่ออีกสักครู่ ยกลง พักให้อุ่น นำใส่โถปั่นให้ละเอียด ถ้าไม่ชอบเม็ดก็กรองทิ้ง



มูสช็อคโกแลต
ดาร์คช็อคโกแลต     100 กรัม
ไข่ไก่                 2 ฟอง
น้ำตาลทราย          20 กรัม
วิปปิ้งครีม           100 กรัม
เหล้ากลิ่นสตรอเบอร์รี่   2 ช้อนชา
เกลือนิดหน่อย
วิธีทำ
ละลายดาร์คช็อคโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟครั้งละ 15 วินาที 2 ครั้ง นำออกมาคนให้ละลาย พักไว้
นำไข่ และเหล้ากลิ่นสตรอเบอร์รี่ใส่ลงชามสเตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ให้แตก จากนั้นทะยอยเติมน้ำตาลทรายลงไป ตีให้ขึ้นฟูเป็นครีมสีเหลืองอ่อน


นำช็อคโกแลตที่ละลายใส่ลงไปในไข่ ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น
ตีวิปปิ้งครีม โดยวางชามใส่วิปปิ้งครีมซ้อนบนชามที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็นวิปปิ้งครีมจะได้ขึ้นฟูได้ง่าย ตีจนวิปปิ้งครีมขึ้นฟู


แบ่งส่วนของช็อคโกแลตครึ่งนึงใส่ลงไปในชามวิปปิ้งครีม ตะล่อมให้เข้ากัน แล้วเทกลับลงไปผสมกับส่วนของช็อคโกแลตที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว เทใส่ในพิมพ์กลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กกว่าพิมพ์ที่จะใช้ทำเค้กประมาณ 1/2 เท่า นำเขาแช่ในช่องฟรีซประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยไปทำส่วนของเค้กช็อคโกแลตต่อ




สปันจ์เค้กช็อคโกแลต
แป้งเค้ก          70 กรัม
ผงโกโก้          25 กรัม
ไข่ไก่             4 ฟอง (แยกแดง-ขาว)
น้ำตาลทราย      100 กรัม
เนย              20 กรัม
นม               20 มล.
น้ำมันพืช          40 มล.
เหล้ากลิ่นสตรอเบอร์รี่ 2 ช้อนชา
เกลือ              1 ช้อนชา
ผงฟู               1 ช้อนชา
แยมสตรอเบอร์รี่    150 กรัม (แบ่งจากที่ทำพักไว้)
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงโกโก้ และผงฟูเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสรอไว้
นำไข่ขาวใส่ในโถผสม ตีให้เป็นฟองหยาบๆ ทะยอยเติมน้ำตาลทรายลงไป ตีจนขึ้นฟูตั้งยอดกลางถึงแข็ง ปิดเครื่องผสม แล้วนำเหล้ากลิ่นสตรอเบอร์รี่ เกลือ และไข่แดงใส่ลงไป เปิดเครื่องตี ตีให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้น ใส่ส่วนของแป้งที่ร่อนแล้วลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน


นำเนยและนมใส่ชามเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที นำออกมาเทน้ำมันลงไปคนผสม แบ่งส่วนผสมของแป้งกับไข่ออกมา 1/3 ส่วน คนผสมกับส่วนของเนย นมและน้ำมัน ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงเทกลับลงไปผสมกับส่วนของแป้งกับไข่ที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษซิลิโคนรองอบเอาไว้ เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน นำเข้าเตาอบประมาณ 8-12 นาที จนสุก


นำออกมาจากเตาอบ ใช้มีดปลายแหลมกรีดรอบถาดให้ด้านข้างของเค้กหลุดออกจากพิมพ์ พักไว้แค่พออุ่น คว่ำถาดและลอกกระดาษรองอบออก จัดการตัดเค้กออกเป็นวงกลมเพื่อเป็นฐาน ตัดให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าพิมพ์ที่จะใช้ประมาณ 2 เซนติเมตร ทาแยมสตรอเบอร์รี่ให้ทั่ว
จากนั้นตัดเค้กที่เหลือเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมให้มีความสูงเท่ากับพิมพ์ แล้วทาแยมให้ทั่วเค้กทุกชิ้น นำเค้กสี่เหลี่ยมแต่ละชึ้นซ้อนกันเป็นชั้นๆ สไลด์ตามด้านยาวให้เป็นชิ้นแต่ละชิ้นกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร


นำเค้กที่สไลด์ไปกรุให้รอบพิมพ์ แล้วจึงนำเค้กที่ตัดเป็นวงกลมวางลงเป็นฐาน นำมูสช็อคโกแลตออกจากช่องฟรีซ แคะออกจากพิมพ์ แล้ววางลงไปตรงกลางของพิมพ์ที่ใช้เค้กกรุรอบไว้แล้ว นำทั้งพิมพ์ใส่ลงในถุงซิปล็อคแล้วนำเข้าแช่ช่องฟรีซรอไว้ จากนั้นจึงไปทำส่วนของมูสสตรอเบอร์รี่



มูสสตรอเบอร์รี่
ไข่ขาว            2 ฟอง
น้ำตาลทราย       20 กรัม
แยมสตรอเบอร์รี่   200 กรัม (แบ่งจากที่ทำพักไว้)
เจลาติน            3 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด          2 ช้อนโต๊ะ
วิปปิ้งครีม         150 มล.
วิธีทำ
บลูมเจลาตินด้วยการใส่ลงในชามที่มีน้ำเย็นจัด รอให้เจลาตินดูดซับน้ำจนพองตัว แล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที เทผสมกับแยมสตรอเบอร์รี่ คนให้เข้ากัน พักไว้
เริ่มทำสวิสเมอร์แรงด้วยการนำหม้อใส่น้ำประมาณ 1/4 ของหม้อ ขึ้นตั้งบนเตา ต้มจนน้ำในหม้อเดือดรุมๆ นำชามที่ใส่ไข่ขาวและน้ำตาลทราย วางลงไปบนหม้อ อย่าให้ก้นชามโดนน้ำเดือด ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ขาวที่อยู่ในชามบนหม้อน้ำเดือดไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วต่ำสุด ประมาณ 3-4 นาที จากนั้นปิดแก๊ซ ยกชามลงมาจากหม้อ แล้วใช้เครื่องตีมือถือตีเมอร์แรงต่อไปเรื่อยๆ จนเย็น


แบ่งส่วนของแยมออกมาครึ่งนึง ตะล่อมรวมกับส่วนของเมอร์แรงให้เข้ากันดี จากนั้นจึงค่อยเทแยมที่เหลือทั้งหมดลงมาผสมกับเมอร์แรง ตะล่อมจนเนื้อเนียน
ตีวิปปิ้งครีม โดยวางชามใส่วิปปิ้งครีมซ้อนบนชามที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็นวิปปิ้งครีมจะได้ขึ้นฟูได้ง่าย ตีจนวิปปิ้งครีมขึ้นฟู แบ่งส่วนของเมอร์แรงออกมาครึ่งนึง ตะล่อมผสมกับวิปปิ้งครีมให้เข้ากันดี แล้วจึงเทกลับลงไปผสมกับเมอร์แรงที่เหลือ ตะล่อมให้เนียนเข้ากันดี นำเค้กออกมาจากช่องฟรีซ เทมูสสตรอเบอร์รี่ทับลงไป เกลี่ยหน้าให้เรียบ นำเข้าช่องฟรีซประมาณ 1 ชั่วโมง ให้มูสเซตตัวดี แล้วจึงไปทำส่วนของสตรอเบอร์รี่เกลซเอาไว้เคลือบหน้า



สตรอเบอร์รี่เกลซ
แยมสตรอเบอร์รี่ที่เหลือ
กลูโคส       10 กรัม
น้ำเย็นจัด      20 มล.
เจาติน        1/3 ช้อนชา
วิธีทำ
บลูมเจลาตินด้วยการใส่ลงในชามที่มีน้ำเย็นจัด รอให้เจลาตินดูดซับน้ำจนพองตัว ใส่กลูโคสลงไป แล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที นำออกมาคนให้เข้ากัน เทผสมกับแยมสตรอเบอร์รี่ คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น

ส่วนตกแต่ง
สตรอเบอร์รี่เกลซ
ดาร์คช็อคโกแลต
วิธีทำ
เทราดสตรอเบอร์รี่เกลซลงบนหน้าเค้กส่วนที่เป็นมูสสตรอเบอร์รี่ให้ทั่ว
จากนั้นละลายดาร์คช็อคโกแลตในไมโครเวฟใช้เวลาครั้งละประมาณ 15 วินาที 2 ครั้ง นำออกมาคนให้ละลาย ตักใส่ถุงบีบ ตัดปลายถุงให้เป็นรูเล็กๆ บีบเป็นลายตกแต่งบนหน้าเค้กให้สวยงาม




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/06/21

Horlicks wafer rare cheesepie, no need to waste your time with oven


ช่วยด้วยค่าพ่อแม่พี่น้อง อากาศที่นี่ร้อนมากถึงมากที่สุด โอ๊ย!!!! งุ่นง่านจะลงแดงตาย อยากทำขนมแต่ไม่อยากยุ่งกับเตาอบ กลัวไขมันใต้ผิวหนังละลาย เดี๋ยวเพรียวลงแล้วคุณสามีไม่เลิฟๆ เหมือนเดิม ในภาวะบีบคั้นแบบนี้จะทำอะไรกินดีน้อ เอาแบบที่กินได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่คุณผัวยันคุณลูก ลงไปคุ้ยห้องครัวหาไอเดียดีกว่า เจอแล้ว บ่มไว้ได้ที่พอดี คุณน้องฮอร์ลิกส์ เห็นใครๆเค้ากำลังฮิตจริงฮิตจัง ไม่ว่าจะบ่ายหน้าเข้าร้านไหนก็ต้องมีเจ้านี่เป็นซิกเนเจอร์ดิช เอากะเค้ามั่งเดี๋ยวหลุดกระแส อย่าเสียเวลาเมาท์มอย จัดไป จัดให้หนัก จัดเต็ม
วันนี้มีผู้ช่วยกิติมาศักดิ์ที่ไม่ชอบให้ปาปาราสซี่จับภาพซักเท่าไหร่ เป็นใครไปไม่ได้ก็แสบพี่ไง อาสามาช่วยป่วนเพิ่มดีกรีความร้อนในครัวให้สูงขึ้นอีกนิด ทำเสร็จยังไม่ทันรอให้เค้กเซตตัว เจ้าตัวดีก็มาออดอ้อนออเซาะขอตัดชิม เดือดร้อนคุณแม่คนดีที่หนึ่งเป็นธุระจัดการให้ ชีสพายที่ได้เลยบูดๆเบี้ยวๆ อย่างที่เห็น แต่รสชาดไม่บูดเบี้ยวแบบรูปร่างภายนอกนะจะบอกให้ คอนเฟิร์มค่า



ฮอร์ลิกส์แครกเกอร์ครัสท์
แครกเกอร์เค็ม       150 กรัม
อัลมอนด์อบ         100 กรัม
ฮอร์ลิกส์             50 กรัม
เนยละลาย           70 กรัม
วิธีทำ
นำแครกเกอร์และอัลมอนด์ใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด เทลงในชามผสม ใส่ผงฮอร์ลิคลงไปเคล้าให้เข้ากัน เติมเนยละลายลงไปคนผสมให้เข้ากันดี ส่วนผสมที่ได้จะเหมือนกับทรายเปียกๆ นำเอาไปกรุที่ฐานของพิมพ์ วันนี้ใช้พิมพ์มูสทรงกลมค่า นำเข้าตู้เย็นรอไว้


ฮอร์ลิกส์เวเฟอร์ชีสครีม
ชีสมาสคาร์โปน       250 กรัม
วิปปิ้งครีม            250 มล.
น้ำตาลทราย           3 ช้อนโต๊ะ
ฮอร์ลิกส์            100 กรัม
เวเฟอร์ช็อคโกแลต    75 กรัม (ใช้ของล็อคเกอร์ค่า)
วิธีทำ
หักเวเฟอร์เป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้
นำชีสมาสคาร์โปนและฮอร์ลิกส์ใส่ลงในชามผสม คนให้เข้ากัน
นำวิปปิ้งครีมและน้ำตาลทรายใส่ในชามสเตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีให้ฟูตั้งยอดกลางถึงแข็ง แบ่งวิปปิ้งครีมที่ตีแล้วออกมาหนึ่งในสาม ตะล่อมลงในส่วนของชีสให้เข้ากัน


เทกลับลงไปผสมกับส่วนของวิปปิ้งครีมที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่เวเฟอร์ลงไป ตะล่อมให้พอเข้ากัน เทส่วนของครีมที่ได้ลงไปบนฐานแครกเกอร์ที่พักไว้ในตู้เย็น เกลี่ยให้เรียบ นำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง


ช็อคโกแลตกานาซ
ช็อคโกแลตนม       100 กรัม
วิปปิ้งครีม            100 มล.
วิธีทำ
นำช็อคโกแลตและวิปปิ้งครีมใส่ลงในชาม นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30-40 วินาที นำออกมาคนให้ละลายเข้ากันดี

ส่วนตกแต่ง
ช็อคโกแลตกานาซ
ช็อคโกแลตบอล
ไวท์ช็อคโกแลตนิดหน่อย
วิธีทำ
นำชีสพายออกมาจากช่องแช่แข็ง ราดช็อคโกแลตกานาซลงให้ทั่ว วางช็อคโกแลตบอลลงไป
ละลายไวท์ช็อคโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟประมาณ 10 วินาที 2 ครั้ง นำออกมาคนให้เนียน ใส่ลงไปในถุงพลาสติก ตัดปลายถุงให้เป็นรูเล็กๆ บีบตกแต่งบนช็อคโกแลตบอลให้สวยงาม ง่ายมั้ยค้า ที่เหลือก็แค่นำเข้าตู้เย็นรอให้กานาซเซตตัวซักครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กะเกณฑ์ผู้คนมาเชยชมก่อนตัดแจกจ่ายสมาชิกค่า




อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า