2011/06/17

Chicken farm baker's project #35 : Sweet enhancer ; Toasted banana crumb cake with coconut irish cream sauce


ทั้งๆที่ตั้งหน้าตั้งตารอสุดฤทธิ์กับเมล์ตอบรับเข้าเป็นสมาชิกฟาร์มไก่ แต่ยังไม่วายพลาดลืมเกาะติดกล่องรับข้อความไปถึง 4 วันเต็มๆ รู้สึกตะหงิดๆ เหมือนกิจวัตรในชีวิตประจำวันมันขาดๆ หายๆ ไปหนึ่งอย่าง แต่สมองเจ้ากรรมมันดันฝ่อก่อนวัยอันควร มันคิดไม่ออกซักทีว่าลืมอะไรไป จนกระทั่งกลางดึกของวันเกือบสิ้นเดือน หลังจากให้แสบพี่หัดอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง ส่งกูดไนท์คิสตบท้าย แล้วก็โบกมือบ้าย บาย หยอยๆ คุณสามีสุดที่เลิฟที่ทำตาละห้อยอยู่บนเตียง ล้มตัวลงนอนหันบั้นท้ายเท่ากะละมังให้ ตาปรือกำลังจะเข้าเฝ้าพระอินทร์อยู่รอมร่อ ก็เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า ไอ้ที่ว่าลืมนั้นมันก็คือลืมเช็คเมล์นั่นเอง สปริงตัวเด้งดึ๋งขึ้นจากเตียงด้วยความว่องไว คุณสามียิ้มน้อยยิ้มใหญ่นึกว่าศรีภรรยาจะเห็นใจจัดของขวัญชุดใหญ่ให้ เปล่าค่าเปล่า รีบจัดแจงเปิดโน๊ตบุคตะหาก กระดิกนิ้วสองสามทีก็ปรากฏเมล์ที่รอคอยจากเลขาของฟาร์มไก่ ตัวงี้ลอยแทบจะติดบนฝ้าเพดานขาดอีกแค่กระเบียดนิ้วเพราะน้ำหนักตัวเกินพิกัดอยู่ รีบตกลงตอบรับเป็นสมาชิกทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพิจารณา (ก็แค่เค้าตอบรับก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว ยังจะมาเล่นตัวพิรี้พิไรอีกก็ใช่ที่ เดี๋ยวเกิดเค้าเปลี่ยนใจเป็นได้หงายเหงือกกันพอดี)
ลนลานเข้าไปดูบล็อคคุณครูเค้าแจกการบ้านตั้งต่วันที่ 25 แล้ว แม่เจ้าโว้ยนี่มันก็ปาไปตั้งวันที่ 30 แล้ว จะทำเยี่ยงใดดี อกอีแป้นจะแตก ใจมันเต้นตุ๊มๆต่อมๆ ประสาทจะกินเอา โจทย์ที่ได้ก็น่ารักน่าทำ ตัวเค้กให้มีผลไม้อะไรก็ได้อยู่ด้วย ให้รับทานเข้าคู่กันกับซอสที่ต้องทำเอง เหมือนจะง่ายแต่ทำไมมันยากจัง แถมยังแอบนอยด์เล็กๆ ที่ดันเข้าไปอ่านกฎกติกามารยาทแล้วยังหัวขี้เลื่อยไม่เข้าใจอีกว่าเส้นตายส่งการบ้านเค้านับกันยังไง แล้วเราจะต้องส่งวันไหน เอาไงเอากันรีบปั่นการบ้านให้เร็วก่อนเป็นดี เสร็จก่อนแปะก่อน ชนะเลิศ (หุหุหุ เอาสีข้างคิดแทนสมอง เริ่ด)
ครั้งแรกทั้งทีคิดว่าจะจัดให้เต็ม จัดไป จัดให้หนัก แป่ววววว!!!! เอาเข้าจริงก็ต้องพับเมกกะโปรเจ็คที่วาดฝันไว้ คืนสู่สามัญดีกว่า วันพระที่ผ่านมาที่บ้านไหว้กล้วยน้ำว้าตั้ง 6 หวี ถ้าให้กินเฉยๆ ก็คงเอียนกันพอดี พี่ชายสามีเค้าเจ้ากี้เจ้าการเอาไปปิ้ง อร่อยแฮะ เลยปิ๊งไอเดียแบบเอสเอ็มอีตีแตก ขอแบ่งมาทำเป็นขนมส่งการบ้านซะเลย เป็นเค้กกล้วยปิ้ง  ที่พิเศษหน่อยด้วยการโรยหน้าด้วยอัลมอนด์ครัมป์ก่อนเข้าอบเพื่อที่เวลาเคี้ยวแล้วจะได้มีความกรุ่บกรอบ ส่วนซอสก็มีนั่งอยู่ในใจแล้วจะเคี่ยวกะทิกับน้ำตาลปี๊บแล้วหย่อน Baileys ลงไปให้มีกลิ่นอายของไอริชครีมแบบฝรั่งอยู่ด้วย
ปล. ต้องเอาตัวเลขโปรเจกต์ไปต่อยอดกะเจ้ามืองวดนี้ซะแล้ว ถือว่าเป็นเลขนำโชค (เหอ เหอ เหอ แหย่ขาหนึ่งข้างเข้าตารางซะแล้วเรา)

อัลมอนด์ครัมป์
แป้งอเนกประสงค์   50 กรัม
น้ำตาลทราย       50 กรัม
เนยสด            30 กรัม
อัลมอนด์          30 กรัม
เกลือ            1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในชามผสม
นำแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย อัลมอนด์ และเกลือ รวมใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน เทลงในชามผสมที่มีเนยอยู่ ใช้ส้อมตัดเนยกับแป้งให้เป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขนมปังป่น พักไว้ในตู้เย็น


เค้กกล้วยปิ้ง
แป้งอเนกประสงค์           75 กรัม
เนยสด                    50 กรัม
ไข่                         1 ฟอง
น้ำตาลทรายแดงป่น         50 กรัม
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ         50 กรัม
กล้วยน้ำว้าปิ้งหั่นเต๋า         2 ลูก
วานิลลา                   1/2 ช้อนชา
เกลือ                     1/8 ช้อนชา
ผงฟู                      1/4 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา               1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา เข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส รอไว้ (ในรูปส่วนผสมลืมไข่กับวานิลลาค่า)


ในชามเล็กใช้ส้อมคนไข่ วานิลลา และเกลือให้พอเข้ากัน ในชามสเตนเลสใช้เครื่องตีแบบมือถือตีเนยกับน้ำตาลทรายแดงให้ขึ้นฟู


ทะยอยใส่ส่วนของไข่ลงไปทีละนิด ตีเนียนให้เข้ากัน แบ่งแป้งออกเป็นสามส่วน โยเกิร์ตสองส่วน ใส่แป้งลงในส่วนผสมของเนยกับไข่ทีละส่วน ตะล่อมให้เข้ากันดีก่อนใส่โยเกิร์ต ทำสลับจนจบที่ส่วนผสมของแป้ง
  
เทใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยกล้วยที่หั่นไว้ ใช้ไม้พายกดพอให้จมลงในเนื้อเค้ก โปะหน้าด้วยอัลมอนด์ครัมป์ที่พักเอาไว้ในตู้เย็น นำเข้าเตาอบประมาณ 40 นาที หรือจนสุกเมื่อเอาไม้จิ้มแล้วไม่มีเศษขนมแฉะๆ ติดออกมาด้วยเป็นอันใช้ได้ 



 
ซอสกะทิไอริชครีม
น้ำตาลปี๊บ        50 กรัม
หัวกะทิ          100 กรัม
Baileys          1 ช้อนโต๊ะ
เนยสด           1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ           1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
นำน้ำตาลปี๊บ และเกลือใส่หม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนโดยไม่ต้องคนจนละลายกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน เทกะทิลงไป เคี่ยวให้ซอสข้นขึ้น ยกลงจากเตา เติมเนยสดลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้จนอุ่น เติม Baileys ลงไป คนให้เข้ากัน


ส่วนตกแต่ง
ซอสกะทิไอริชครีม
หัวกะทิ
วิธีทำ
ราดซอสบนจาน หยดหัวกะทิเป็นจุดเล็กๆ ใช้ปลายมีดลากให้เป็นรูปหัวใจ ตัดเค้กออกเป็นชิ้นตามชอบ วางลงบนซอส จัดการสำเร็จโทษในทันทีค่า


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/06/09

Japan mania; Matcha azuki montblanc


ทุกๆวันศุกร์คุณแม่บ้านเค้าจะเก็บกวาดบ้านครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่ไหนหรอก เป็นเพราะทุกวันเสาร์ตอนเย็นที่นี่จะมีปาร์ตี้ขนาดย่อมกันต่างหาก สมาชิกก็หน้าเดิมๆ คุณพ่อคุณแม่ของคุณสามี ครอบครัวของพี่ชายคุณสามี และก็ครอบครัวคุณน้องสาวของสามีนั่นแหละ เบ็ดเสร็จรวมแล้วก็ทั้งหมดแค่เกือบ 20 ชีวิตเอง จิ๊บๆ
ผลพวงจากการเก็บกวาดรอบนี้ ทำให้ได้ของใกล้หมดอายุอีกหลายอย่าง คุณแม่บ้านเค้าคงจะเอือมระอา ว่าจะขนซื้อมาซุกเอาไว้รอเน่าทำไมตั้งเยอะแยะ เลือกไม่ถูกว่าจะสังคยานาอันไหนก่อนดี มันละลานตาไปหมด ทำให้ง่ายเข้าไว้ ดูฉลากบอกวันหมดอายุนั่นแหละแจ่ม อันไหนใกล้ฝั่งเต็มทีก็มีสิทธิ์ก่อน จากผู้เข้าประกวดร่วมสิบ มีคุณน้องถั่วแดงกวนนี่แหละชนะขาด เวลาของคุณน้องเค้าเหลือน้อยเต็มที ต้องหาตัวช่วยขัดสีฉวีวรรณให้คุณน้องเค้าเปล่งประกาย วิ้ง วิ้ง จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากท่านชาเขียวนั่นเอง (เล่นง่ายอีกแล้วเนอะ ลอกคนอื่นเค้ามาแบบเนียนๆตะหาก ไร้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์) เมนูวันนี้เลยออกมาแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น อีกแล้วค่า อย่าเพิ่งเบื่อกันนะค้า

สปันจ์เค้กชาเขียว
แป้งเค้ก       55 กรัม
แป้งข้าวโพด     5 กรัม
ผงชาเขียว      1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล        55 กรัม
ไข่เบอร์2       3  ฟอง (แยกไข่แดง-ขาว  ถ้าเบอร์1 ก็ 2 ฟองก็พอค่า)
เนย           10 กรัม
นม            10 มล.
น้ำมัน          10 มล.
เกลือ          1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้งทั้งสองอย่าง ผงชาเขียว และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส


นำไข่ขาวใส่ในชามสแตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองหยาบ ทะยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดกลาง ใส่ไข่แดงทีละฟองตีให้เข้ากัน


ทะยอยเติมแป้งลงไป ตะล่อมให้เข้ากันดี


เทน้ำมันใส่ชามอีกใบ นำนมกับเนยเข้าไมโครเวฟนาน 20 วินาที แล้วนำมาเทผสมกับน้ำมัน คนให้เข้ากัน จากนั้นแบ่งหนึ่งในสามของส่วนผสมของไข่กับแป้งมาตะล่อมกับส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันให้เข้ากันดี แล้วจึงเทกลับไปผสมกับส่วนผสมของไข่กับแป้งที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ


เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้เรียบ นำเข้าเตาอบนานประมาณ 8-10 นาที


นำออกมาพักไว้ให้พออุ่น คว่ำออกจากถาด ตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ


* การที่ทำให้ส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันอุ่นขึ้น จะช่วยให้ผสมเข้ากับส่วนผสมของไข่กับแป้งได้ดีขึ้น ไม่ต้องไปอยู่ก้นพิมพ์แล้วทำให้เค้กด้านล่างแข็งเป็นไต นอกจากนี้การแบ่งส่วนของแป้งกับไข่มาผสมกับส่วนของนม เนย และน้ำมัน ก็มีส่วนช่วยให้ผสมได้ง่ายเช่นเดียวกัน*

ถั่วแดงกวน
ถั่วแดงกวนสำเร็จรูป          300  กรัม
วิธีทำ
บดถั่วแดงกวนผ่านกระชอนให้ได้ส่วนที่ละเอียด 200 กรัม นำใสถุงบีบที่ติดหัวบีบมองบลังค์เอาไว้ ส่วนที่หยาบอีก 100 กรัม เก็บไว้ทำเป็นใส้ตรงกลาง


ครีม Chantilly ชาเขียว
วิปปิ้งครีม       200 มล.
ผงชาเขียว        1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ทุกอย่างใส่รวมกัน ใช้เครื่องตีมือถือตีจนตั้งยอดแข็ง นำใส่ถุงบีบที่ติดหัวบีบกลมเอาไว้

*ไม่ได้ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไปด้วยเพราะถั่วแดงกวนหวานมาก*
*วิปปิ้งครีมที่ใช้ต้องเย็นจัดถึงจะตีให้ขึ้นฟูง่าย หากอากาศร้อนมากให้รองก้นภาชนะที่ใส่วิปปิ้งครีมชามใส่น้ำแข็ง เกลือป่น และน้ำเล็กน้อยระหว่างที่ตีวิปปิ้งครีม*

ส่วนตกแต่ง
ถั่วแดงกวนแบบหยาบ
ถั่วแดงกวนแบบละเอียด
ครีม Chantilly ชาเขียว
วิปปิ้งครีมที่ตีจนฟูแล้วนิดหน่อย
ชาเขียวผง
วิธีทำ
ปั้นถั่วแดงกวนแบบหยาบเป็นก้อนกลมๆ วางบนเค้กชาเขียวที่ตัดเป็นชิ้นวงกลม บีบครีม Chantilly ชาเขียว ลงไปคลุมให้มิด เกลี่ยข้างให้เรียบ บีบถั่วแดงกวนแบบละอียดวนลงไปรอบๆ ตักวิปปิ้งครีมวางด้านบน โรยผงชาเขียวให้กิ๊บ แช่เย็นรอคนมารับช่วงต่อได้เลย



อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

Cherry blossoms cupcakes, my first play with fondant


ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบชีวิตการทำขนม ที่อาจหาญต่อกรกับเจ้าวัตถุสีขาวๆ มีคุณสมบัติยึดได้หดได้ตามใจต้องการ จะแปลงร่างให้มันพิสดารอย่างไรก็ได้ แถมยังเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบอีกตะหาก ในอดีตที่ผ่านมาไม่คิดที่จะลองทำเลย ก็เพราะดันประเมินความสามารถตัวเองต่ำไปนิด (คือไม่มีฝีมือในการเสกสรรปั้นแต่งใดๆทั้งสิ้น ว่างั้น) แถมยังไม่ค่อยจะมีคนชอบทานฟอนแดนท์ซักเท่าไหร่ ก็เนื้อสมผัสมันแปลกๆ แถมหวานมากอีกตะหาก ก็จะไม่ให้มันหวานได้ยังไง ในเมื่อมีทั้งมาร์ชมาลโลว์ และก็น้ำตาลไอซิ่งเป็นทั้งพระเอกและนางเอกขนาดนี้ 
แต่กฎย่อมมีไว้แหกทุกอย่างมีข้อยกเว้น ก็คนมันใจง่ายนี่นา ดันเห็นหน้าปกหนังสือเล่มหนึ่งเข้าในโลกออนไลน์แล้วเกิดอาการหลงไหลได้ปลื้มอย่าแรง มันทั้งสวย น่ารักน่าทะนุถนอมมากๆ เป็นรูปเค้กชิ้นเล็กๆ สีชมพูหวาน มีดอกซากุระเล็กๆ ประดับโก้ๆ อยู่ด้านบน นั่งมอง นอนมอง จดๆจ้องๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไร้สติอยู่นานสองนาน จนคุณสามีนึกว่าฝันหวานถึงหนุ่มอื่น ส่งสายตาที่มีแต่เครื่องหมายคำถามมาให้ ไม่เป็นไรอย่าได้แคร์ เพราะเรามิได้ทำอะไรผิดนี่นาเนอะ
อย่างงี้ต้องหาข้อมูลกันยกใหญ่มาก ทุกอย่างเป็นไปได้แค่ปลายนิ้วจิ้ม เริ่มที่วิธีทำฟอนแดนท์ที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เทคนิคการทำดอกซากุระอันงามงด แต่สิ่งที่หาไม่ได้โลกออนไลน์ก็คือจะเอาอะไรในบ้านมาประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์ในการขึ้นรูปฟอนแดนท์กันดี ก็คนมันไม่อยากซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับแต่งองค์ทรงเครื่องฟอนแดนท์นี่นา มันชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่มีที่จะเก็บ (แค่เท่าที่มีอยู่ก็มากพอที่คุณแม่บ้านจะหาที่เก็บให้ไม่ไหว บางอันยังไม่เคยใช้ ซื้อมาเก็บไว้ก่อน แต่ดันหาไม่เจอซะงั้น) หาแทบตายสุดท้ายก็ได้ ไม้จิ้มลูกชิ้น ดรอปเปอร์สำหรับหยอดยาให้ลูก มีดที่ใช้ทำกับข้าวทุกวัน กรรไกรเก่าๆ พู่กัน พิมพ์คัพเค้กขนาดเล็ก และสุดท้ายก็ทิชชู่ เอาน่าไม่ลองไม่รู้ของแบบนี้ ไม่อยากบอกว่ามันได้ผลลัพธ์ที่ดีเลิศมาก
หากใครคิดจะทำฟอนแดนท์ไว้ใช้ต้องทำทิ้งไว้ข้ามวันถึงจะเอามาใช้ได้ ยังไม่พอหลังจากขึ้นรูปเสร็จก็ต้องผึ่งให้แห้งก่อนที่จะมาลงสี เสียเวลาไปเกือบสองวันเชียว แต่ผลที่ได้ถือว่าคุ้มค่าการรอคอย
มาร์ชมาลโลว์ฟอนแดนท์
มาร์ชมาลโลว์     110 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง      250 กรัม
น้ำสะอาด          2 ช้อนชา
เนยขาว         1/8 ถ้วยตวง (เผื่อทาบนโต๊ะที่จะนวด และมืออีกนิดหน่อย)
วิธีทำ
นำมาร์ชมาลโลว์ และน้ำใส่ชามเข้าไมโครเวฟประมาณ 30-40 วินาที นำออกมาคนให้เข้ากัน หากต้องการใส่สีก็สามารถผสมสีลงไปในขั้นตอนนี้ได้เลย

ใช้พายยางกวาดเทมาร์ชมาลโลว์ลงบนโต๊ะที่ทาด้วยเนยขาวเอาไว้ ทามือให้ทั่วด้วยเนยขาว เทไอซิ่ง และเนยขาวลงไป ลงมือนวดจนฟอนแดนท์เนียนไม่ติดโต๊ะและมือ ถ้าฟอนแดนท์ยังเหนียวติดมือใหทะยอยเพิ่มไอซิ่งทีละน้อย นวดต่อจนเนียน แต่ถ้ฟอนแดนท์แห้งเกินไปแบบว่าดึงแล้วขาดง่ายก็ให้เติมน้ำสะอาดลงไปทีละครึ่งช้อนชา แล้วนวดต่อจนเนียน

จากนั้นใช้พลาสติกแรปห่อฟอนแดนท์ที่ได้ให้มิดชิด นำใส่ถุงซิปล็อคอีกชั้น ป้องกันไม่ให้มันแห้ง แล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็นข้ามคืน ก่อนนำมาใช้ให้นวดก่อนเพื่อให้คลายตัว จากนั้นก็นำมาขึ้นรูปตามต้องการ หากต้องการฟอนแดนท์หลากหลายสีก็ทำได้โดยการแบ่งฟอนแดนท์ออกมาล้วผสมสีที่ต้องการลงไ นวดให้สีเข้ากันดีกับฟอนแดนท์ ระหว่างรอใช้งานให้ใช้พลาสติกแรปห่อฟอนแดนท์ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้มันแห้ง
ฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ
ฟอนแดนท์สีขาว
ฟอนแดนท์สีชมพูเล็กน้อยสำหรับทำเกสร
สีผงสีชมพู
พู่กันเล็กสำหรับทาสี, ไม้ปลายแหลม, ดรอปเปอร์สำหรับหยอดยา, มีด, กรรไกร, พิมพ์คัพเค้กขนาดเล็ก และทิชชู่
วิธีทำ
เตรียมทำที่ผึ่งฟอนแดนท์รูปดอกซากุระโดยใช้ม้วนทิชชู่เป็นวงกลมให้มีรูตรงกลางคล้ายโดนัทลงในพิมพ์คัพคัพเค้กขนาดเล็ก ปั้นฟอนแดนท์สีขาวเป็นก้อนทรงหยดน้ำ ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มให้เป็นรูตรงกลาง

ใช้มีดบากให้เป็นรอยกลีบดอก 5 กลีบ ใช้กรรไกรตัดให้เป็นกลีบแยกออกมา แต่ไม่ให้ขาดออกจากขั้ว

ใช้มือจัดแต่งให้กลีบดอกกลมมน ใช้ส่วนที่โค้งมนของดรอปเปอร์กดกลีบดอกแต่ละกลีบให้แบนลงกับเล็บนิ้วโป้ง

จากนั้นใช้กรรไกรตัดปลายกลีบดอกแต่ละกลีบออกเป็นแฉก 2 แฉก
แล้วใช้ส่วนที่โค้งมนของดรอปเปอร์กดปลายกลีบดอกให้ดูพริ้วบาง กดตรงกลางดอกให้บุ๋มลงเล็กน้อยเพื่อใส่เกสร

ปั้นฟอนแดนท์สีชมพูให้เป็นลูกลมๆ ขนาดเล็กสำหรับเป็นเกสร
นำเกสรติดลงไปตรงกลางดอกโดยใช้น้ำสะอาดเล็กน้อยทาลงบนส่วนที่ต้องการจะติดเกสรเพื่อทำหน้าที่เหมือนกาวช่วยยึด นำดอกซากุระที่ได้วางลงบนที่ผึ่งที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้แห้ง

นำฟอนแดนท์รูปดอกซากุระที่แห้งแล้วมาแต่งสีเพิ่มด้วยการนำพู่กันป้ายสีผงสีชมพูเล็กน้อย มาปัดตกแต่งตรงกลางดอกให้สวยงาม นำไปแต่งสวยได้ตามสะดวก





สปันจ์เค้กวานิลลา
แป้งเค้ก           55 กรัม
แป้งข้าวโพด         5 กรัม
น้ำตาล            55 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 2         3 ฟอง (แยกไข่แดง-ขาว ถ้าเป็นเบอร์ 1  2 ฟองก็พอค่ะ)
เนย               10 กรัม
นม               10 มล.
น้ำมัน             10 มล.
วานิลลา          1/2 ช้อนชา
เกลือ            1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
เตรียมถ้วยคัพเค้กเรียงใส่ในพิมพ์
ร่อนแป้งทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน พักไว้ เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส
นำไข่ขาวใส่ในชามสแตนเลส ใช้เครื่องตีมือถือตีให้เป็นฟองหยาบ ทะยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดกลาง ใส่ไข่แดงทีละฟองตีให้เข้ากัน

ทะยอยเติมแป้งลงไป ตะล่อมให้เข้ากันดี เทน้ำมันใส่ชามอีกใบ นำนมกับเนยเข้าไมโครเวฟนาน 20 วินาที แล้วนำมาเทผสมกับน้ำมัน คนให้เข้ากัน จากนั้นแบ่งหนึ่งในสามของส่วนผสมของไข่กับแป้งมาตะล่อมกับส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันให้เข้ากันดี แล้วจึงเทกลับไปผสมกับส่วนผสมของไข่กับแป้งที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ เทใส่พิมพ์คัพเค้กขนาดมาตรฐาน นำเข้าเตาอบนานประมาณ 8-10 นาที นำออกมาพักรอให้เย็นแล้วค่อยนำออกจากพิมพ์

* การที่ทำให้ส่วนผสมของนม เนย และน้ำมันอุ่นขึ้น จะช่วยให้ผสมเข้ากับส่วนผสมของไข่กับแป้งได้ดีขึ้น ไม่ต้องไปอยู่ก้นพิมพ์แล้วทำให้เค้กด้านล่างแข็งเป็นไต นอกจากนี้การแบ่งส่วนของแป้งกับไข่มาผสมกับส่วนของนม เนย และน้ำมัน ก็มีส่วนช่วยให้ผสมได้ง่ายเช่นเดียวกัน*

ไอซิ่งเกลซ
ฟอนแดนท์สีขาว 150 กรัม
น้ำสะอาด         2 ช้อนโต๊ะ
สีชมพูนิดหน่อย
วีธีทำ
นำฟอนแดนท์และน้ำใส่ชามเข้าไมโครเวฟนาน 30-40 วินาที นำออกมาคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เติมสีลงไปคนให้เนียนเข้ากัน ใช้สำหรับราดบนหน้าคัพเค้ก


ส่วนตกแต่ง
ราสเบอร์รีเพียวเร่
ไอซิ่งเกลซ
ฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ
วิธีทำ
ใช้แปรงทาราสเบอร์รีเพียวเร่ลงบนหน้าคัพเค้กให้ชุ่มจะได้มีรสเปรี้ยวตัดหวานของตัวไอซิ่งเกลซ และฟอนแดนท์


นำไอซิ่งเกลซราดลงบนหน้าคัพคัพเค้ก แต่งหน้าด้วยฟอนแดนท์รูปดอกซากุระ พร้อมเสริฟ


อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า
















2011/06/05

Fabulous temptation; Charlotte aux framboises


รู้สึกว่าพักนี้จะขี้เกียจมากไปนิด อัพแต่ของง่ายๆ เข้าบล็อค มันท่าจะไม่ได้การแล้วล่ะมังเนี่ย ต้องสลัดตัวขี้เกียจออกซักหน่อย เลยขอทำอะไรที่มันมากๆ เข้าไว้ จะว่าบังเอิญก็ไม่ใช่ ดันมีราสเบอร์รี่เพียวเร่ที่ซื้อไว้อยู่ในตู้เย็นตั้งแยะ หาเรื่องเอาออกมาใช้เสียหน่อย เดี๋ยวเกิดมันหมดอายุแล้วต้องทิ้ง คุณสามีจะเทศนาเอาได้ เพราะใช้เงินคุณสามีล้วนๆ หว่านกว้านซื้อมา ฮิฮิฮิ  ก้อนนี้ตั้งใจจะเอาไปกำนัลคุณน้องสาวสุดที่เลิฟ (นิสัยเสียหน่อยๆ ติดสินบนไว้ล่วงหน้านานๆ เพราะจะได้ฝากหลานๆ ไว้ให้ดูแลตอนที่พ่อแม่อยากไปสวีทวี๊ดวิ้ว ดูหนังกันสองคน ก็พักนี้มีแต่หนังที่น่าดูทั้งน้านเลย) เอ้า! อย่าช้า ลงครัว


ปล. มูสที่ได้ไม่เนียนเลยค่า เป็นเม็ดๆ เนื่องจากว่าลืมตัวตีวิปปิ้งครีมจนมันตั้งยอดแข็ง เอามาตะล่อมแล้วมูสมันก็เลยไม่เนียนอย่างที่เห็น อภัยให้นิดนึงนะค้า ยังค่ะยัง ความโก๊ะยังไม่หมดออกตัวว่าเป็นเค้กราสเบอร์รี่แต่ดันแต่งหน้าด้วยสตรอบอร์รี่ อันนี้โปรดอย่าสับสนเพราะหาเจ้าราสเบอร์รี่สดที่นครปฐมยากเหมือนงมเข็มที่ไม่เคยตกลงไปในมหาสมุทรเลย หมายความว่าไม่มีทางหาซื้อที่นี่ได้ ก็มันไม่มีขายนั่นเอง เลยเอาสตรอเบอร์รี่มาใช้พอกล้อมแกล้ม คงไม่ว่ากันเนอะ


เยลลี่ราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่เพียวเร่  1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย        4 ช้อนโต๊ะ
เจลาติน            1 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด           1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
บลูมเจลาตินโดยนำใส่ลงไปในน้ำเย็นจัด ทิ้งไว้จนเจลาตินซับน้ำแล้วพองตัว นำเข้าไมโครเวฟนาน 10 วินาที แค่พอให้เจลาตินละลาย เทส่วนของราสเบอร์รี่เพียวเร่ลงไปผสม คนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ (วันนี้ใช้พิมพ์มูสกลม ปิดตูดเอาไว้ด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ค่า) นำเข้าช่องแช่แข็งไว้ก่อน แล้วมาทำส่วนของ Biscuits à la Cuiller กัน


Biscuits à la Cuiller
แป้งเค้ก     75 กรัม
ไข่แดง       3 ฟอง (ใช้ไข่เบอร์ 2 นะค้า จะได้พอดิบพอดีไม่ต้องชั่ง)
ไข่ขาว       2 ฟอง (ไข่ขาวที่เหลือเก็บไว้ทำสวิสเมอร์แรงได้พอดีค่า)
น้ำตาลทราย  50 กรัม
วานิลลา     1/4 ช้อนชา
เกลือ       1/8 ช้อนชา
น้ำตาลไอซิ่งสำหับโรยหน้าก่อนนำเข้าอบ
วิธีทำ
ร่อนแป้ง เปิดเตาอบที่อณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสรอไว้
นำไข่ขาวและเกลือใส่ลงในชามสเตนเลสที่แห้งและสะอาด ตีไข่ขาวให้เป็นฟองหยาบๆ ทะยอยเติมน้ำตาลลงไปทีละน้อย ตีให้ตั้งยอดกลางถึงแข็ง ทะยอยใส่ไข่แดงลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนที่จะใส่ฟองต่อไปจนหมด ใส่วานิลลาลงไป ตีให้เข้ากัน


ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไปตะล่อมให้เข้ากัน นำแบทเเทอร์ที่ได้ใส่ลงไปในถุงบีบที่ติดหัวบีบกลมเอาไว้ บีบเป็นเส้นขนาดความยาวประมาณ 5 เซนติเมตรเรียงกันเป็นแถวยาวประมาณ 50 เซนติเมตร เอาไว้กรรอบพิมพ์ แล้วบีบเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร เอาไว้เป็นฐาน (ที่เห็นในถาดแบทเทอร์มันเหลือเลยบีบเกินหลายอันเอาไว้กินเล่นค่า)


นำเข้าเตาอบประมาณ 8-10 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็น ตัดให้พอดีตามขนาดพิมพ์ที่จะใช้แล้วนำมากรุรอบพิมพ์และฐาน พักไว้


ครีมราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่เพียวเร่     1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย        50 กรัม
วิปปิ้งครีม          150 มิลลิลิตร
เจลาติน             2 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด           2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
บลูมเจลาตินโดยนำใส่ลงไปในน้ำเย็นจัด ทิ้งไว้จนเจลาตินซับน้ำแล้วพองตัว นำเข้าไมโครเวฟนาน 10 วินาที แค่พอให้เจลาตินละลาย เทส่วนของราสเบอร์รี่เพียวเร่ลงไปผสม คนให้เข้ากัน พักไว้
ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลให้ขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน แบ่งออกมาหึ่งในสามตะล่อมผมกับส่วนราสเบอร์รี่ให้เข้ากันดี เทกลัลงไปผสมกับวิปปิ้งครีมที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากัน นำใส่ตู้เย็น พักไว้ก่อนแล้วรีบมาทำสวิสเมอร์แรง

สวิสเมอร์แรง
ไข่ขาว        1 ฟอง (ที่เหลือไว้)
น้ำตาลทราย   40 กรัม
วิธีทำ
นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟให้พอเดือดรุมๆ อย่าให้เดือดมากเดี๋ยวจะทำให้ไข่ขาวสุก ใส่ไข่ขาวและน้ำตาลลงในชามสเตนเลสที่แห้งและสะอาด นำขึ้นวางบนหม้อที่มีน้ำเดือดอยู่ ใช้ตะร้อมือคนตลอดเวลาให้น้ำตาลละลายและไข่ขาวร้อนขึ้น ใช้เวลาประมาณ 3 นาที ยกออกมาใช้เครื่องตีมือถือตีต่อ (ใช้ตะกร้อมือคงไม่ไหว กล้ามขึ้น) จนไข่ขาวเย็นลง

มูสราสเบอร์รี่
ครีมราสเบอร์รี่
สวิสเมอร์แรง
วิธีทำ
แบ่งส่วนของครีมราสเบอร์รี่ออกมาครึ่งหนึ่งมาตะล่อมกับเมอร์แรงให้เข้ากันดีก่อนที่จะเทกลับลงไปผสมกับส่วนของครีมที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากัน


นำเยลลี่ราสเบอร์รี่ออกจากช่องแช่แข็ง แกะออกจากพิมพ์ นำมาตรงกลางของพิมพ์ที่กรุรอบข้างและด้านล่างแล้วด้วย Biscuits à la Cuiller เทมูสที่ได้ลงไปจนเต็มพิมพ์ ปาดหน้าให้เรียบ นำเข้าช่องแช่แข็งรอจนเซตตัว


ราสเบอร์รี่เกลซ
ราสเบอร์รี่เพียวเร่  1/8 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย       2 ช้อนโต๊ะ
กลูโคส            1 ช้อนโต๊ะ
เจลาติน          1/2 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด          1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
บลูมเจลาตินโดยนำใส่ลงไปในน้ำเย็นจัด ทิ้งไว้จนเจลาตินซับน้ำแล้วพองตัว ใส่น้ำตาลทราย และกลูโคสลงไป นำเข้าไมโครเวฟนาน 20 วินาที ให้ละลาย นำออกมาคนให้เข้ากัน เทราสเบอร์รี่เพียวเร่ลงไป คนให้เข้ากัน

ส่วนตกแต่ง
ราสเบอร์รี่เกลซ
สตรอเบอร์รี่สด (แต่ที่จริงควรเป็นราสเบอร์รี่นะค้า)
ถั่วพิทาสชิโอทุบหยาบๆ
ดอกไม้สวยๆ
วิธีทำ
นำเค้กออกจากพิมพ์ ราดเกลซด้านบนหน้าเค้ก ค่อยๆเกลี่ยอย่าให้ไหลลงมาเปื้อนด้านข้างตัวเค้ก นำเข้าตู้เย็นให้เกลซเซตตัวซักครึ่งชั่วโมง นำออกมาแต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สด โรยถั่วพิทาสชิโอทุบหยาบๆบนสตรอเบอร์รี่ วางดอกไม้สวยๆ แบบไม่ค่อยตั้งใจเป็นอันกรี้ดสลบ



อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า

2011/06/03

Banana yogurt cake, back to the basic


ไม่รู้ว่าใครกันน้าที่เป็นต้นคิดสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบถึงสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ว่าของกล้วยๆ แต่เอาเข้าจริงๆ พอมีกล้วยอยู่ในครอบครองแล้วบอกให้เปลี่ยนรูปมันหน่อย ไม่เห็นจะเป็นของกล้วยๆ อย่างที่เค้าว่ากันเลย โดยเฉพาะพ่อกล้วยหอมเนี่ย ถ้ามัวแต่รอพ่อก็งอมเหี่ยวกันพอดี (ไม่แค่เหี่ยวอย่างเดียวแถมดำด้วยตะหาก) ปวดตับอย่างแรง นึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดีก็ตอนนี้เซลล์สมองมันหดตัวเหลือเท่าเม็ดถั่วเขียว ความคิดมันไม่แล่น ป่วยการที่จะคิดประดิษฐ์ เล่นง่ายๆ เลือกทำของที่จิ๊บๆ สบายๆ ดีกว่า ไม่ต้องร่ายวิทยายุทธเยอะก็อร่อยๆ ได้ ก็เค้กกล้วยหอมใส่โยเกิร์ตไง ก๊อกๆแก๊กๆ สักครู่ก็ยกเข้าเตาอบ เป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่กวักมือหยอยๆเรียกให้ไปเป็นสมาชิกสมทบเล่นของเล่น หยิบโน่นลากนี่อยู่แป๊บๆ ก็ได้กลิ่นกล้วยหอมโชยออกมาจากห้องครัวโดยไม่ต้องไปเสียเวลาชะเง้อดู มีกูรูแนะนำว่าถ้าทิ้งเค้กกล้วยหอมไว้ข้ามคืนแล้วค่อยทานมันจะชุ่มฉ่ำและอร่อยเหาะ แต่เด็กๆ ที่บ้านไม่รู้จักการรอคอย เซ้าซี้ยิกๆ เลยต้องรีบตัดฉึ่บออกมาครึ่งนึง แบ่งเป็นชิ้นเท่าๆ กัน แจกจ่ายให้สมาชิกในวง บริหารปากไปด้วยเล่นต่อไปด้วย กินเวลามินานนักก็เกลี้ยง พาลให้หนังท้องตึงหนังตายาน คลานไปจัดการตบฟูกให้เข้านอนกันใหญ่ ส่วนเค้กที่เหลืออีกครึ่งจัดการเอาพลาสติกแรปพันให้แน่นๆ เป็นมัมมี่ รอการสังคยานาพรุ่งนี้โลด
ปล. โปรดสังเกตุวันนี้มีไม้ยมกเยอะมากเป็นประวัติการณ์ สงสัยจะสูงวัยจริงๆ ซะแล้วเลยเอาแต่ย้ำคิดย้ำทำ
เค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต
แป้งอเนกประสงค์ 150กรัม
เนยสด              90 กรัม
น้ำตาลทราย      150 กรัม
ไข่ไก่                 2 ฟอง
กล้วยหอมงอมๆ     2 ลูก
โยเกิร์ต             50 กรัม
ผงฟู               1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา      1/2 ช้อนชา
เกลือ              1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา กับเกลือเข้าด้วยกัน เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสรอไว้
บดกล้วยกับโยเกิร์ตให้ละเอียดเข้ากัน พักไว้
ตีเนยกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูขาว ทะยอยใส่ไข่ละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนจะใส่ฟองต่อไป


ทะยอยใส่ส่วนของแป้ง ตะล่อมให้เข้ากันกับส่วนของเนยกับไข่ ใส่ส่วนของกล้วยลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน


เทใส่พิมพ์อบประมาณ 35 นาที หรือจนเวลาเอาไม้จิ้มลงไปแล้วไม่มีเศษขนมติดไม้ออกมาเป็นใช้ได้


ชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้ง
ชีสมาสคาร์โปน       5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลไอซิ่ง         1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว            1 ช้อนชา
เกลือนิดหน่อย
วิธีทำ
นำทุกอย่างใส่ชาม คนผสมให้เข้ากัน

ส่วนตกแต่ง
ชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้ง
ดาร์คช็อคโกแลตตามชอบ
วิธีทำ
ตักชีสมาสคาร์โปนฟรอสติ้งโปะบนเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต จากนั้นละลายดาร์คช็อคโกแลตด้วยการนำเข้าไมโครเวฟครั้งละ 15 วินาที 2-3 ครั้งแล้วแต่ปริมาณของดาร์คช็อคโกแลต นำออกมาคนให้ละลาย ตักใส่ถุง ตัดปลายถุงเป็นรูเล็กๆ บีบตกแต่งตามสไตล์ส่วนตัว

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า


2011/06/02

Nameless recipe, a sweet forgivable mistake


แหง่ว!!!! สงสัยกำลังจะก้าวย่างเข้าสู่วัยทองอย่างสมบูรณ์ซะแล้วซิเรา เดี๋ยวลืมนู้นหลงนี่เป็นมันทั้งอาทิตย์ อุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจเก็บไข่ขาวเอาไว้เพื่อจะทำมาคาฮองช็อคโกแลตสอดใส้ครีมกล้วยหอมซะหน่อย ไม่รู้อะไรมันดลจิตดลใจให้ชั่งส่วนผสมของอัลมอนด์ กับน้ำตาลไอซิ่งขาดไปครึ่งส่วน ทำไปจนเสร็จ แถมบีบหยอดไปแล้วยังไม่รู้ตัวว่ามันขาด พักผิวมาคาฮองไปตามเรื่องตามราว ชั่วโมงนึงก็แล้ว สองชั่วโมงก็แล้ว ปาเข้าไปตั้งสี่ชั่วโมงผิวหน้ามันก็ยังไม่ยอมแห้ง เลยต้องกลับมานั่งทบทวนความหลัง รื้อฟื้นว่าทำอะไรพลาดไปตอนไหน เพิ่งถึงบางอ้อก็ตอนที่นึกถึงขั้นตอนการชั่งอัลมอนด์ กับน้ำตาลไอซิ่ง เฮ้อ! จิตตกไปพักใหญ่ แต่ยังเสียดายของ เอาไงเอากันทู่ซี้เอาเข้าเตาอบไปงั้นเผื่อฟลุค วอร์มเตาเสร็จก็จับยัดเข้าไป คำนวณในหัวเบ็ดเสร็จว่ามีขนมที่ยังไม่ทราบชื่ออยู่ 2 ถาด ต้องตั้งเวลาเผื่อเอาไว้ 30 นาที จะได้พอดีทะยอยอบทีละถาด เหอ เหอ เหอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดดันลืมไปสนิทว่าอบเจ้าตัวปัญหาอยู่ ทำตัวเป็นแม่ที่ดีเข้าไปกกลูกน้อยทั้งสองนอนหลับแล้วดันหลับก่อนลูก สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะฝันร้าย นึกขึ้นได้ลนลานหิ้วสังขารลงมาสำรวจ คุณพระคุณเจ้าช่วยกล้วยทอด นอกจากมันจะไม่ไหม้เสียหายแล้วสภาพที่ได้ยังออกมาดูดีเกินคาด ชิมรสชาดดูยิ่งไม่เลว มันกรอบเหมือนคุ้กกี้มะพร้าวเลย ไม่ได้การละต้องโชว์ซะหน่อย เผื่อจะมีคนตั้งชื่อสุดเริ่ดให้ (ดีนะที่ถ่ายรูปตอนทำไว้ด้วย ไม่ลืม)

ไม่รู้ว่าจะเรียกเจ้าขนมนี้ว่าอะไรดี
อัลมอนด์ป่น หรือสไลด์ 35 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง             50 กรัม
ไข่ขาว                    50 กรัม
น้ำตาลทราย             15 กรัม
ผงโกโก้                    1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ทำแบบมาคาฮองทุกขั้นตอน เริ่มด้วยป่นอัลมอนด์ ผงโกโก้กับน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน ร่อนแล้วพักไว้
ในชามสเตนเลสที่สะอาดและแห้ง ใส่ไข่ขาวลงไป ใช้เครื่องตีแบบมือถือตีไข่ขาวให้เป็นฟองหยาบๆ ทะยอยเติมน้ำตาลทรายทีละนิดจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดกลาง ใส่ส่วนของอัลมอนด์ลงไป ตะล่อมให้เข้ากัน เทใส่ถุงบีบที่ติดหัวบีบไว้แล้ว บีบหยอดบนพิมพ์ที่เตรียมไว้ ไม่ลืมที่จะกระแทกพิมพ์เพื่อกำจัดฟองอากาศด้วยค่า



พักผิว (อันที่จริงคงไม่ต้องพักก็ได้มั้งค้า เพราะมันไม่ใช่มาคาฮองค่า) นำเข้าเตาอบที่วอร์มเตาไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส ไว้ล่วงหน้าแล้ว 10 นาที และก็คงไม่ต้องเปิดแต่ไฟล่างอย่างเดียว แถมจะวางถาดอบชั้นไหนก็ได้ จะอบพร้อมกันอีกกี่ถาดก็คงไม่เป็นไร อบประมาณ 30 นาที ก็จะได้ขนมที่หน้าตาดีแบบไม่ได้ตั้งใจนี้ขึ้นมาค่า

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค้า